วันพุธที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2562

5FU


5FU (5-Fluorouracil)
รหัส 1000000043
            ยา 5-Fluorouracil (ไฟว์-เอฟ-ยู) เป็นยาที่ส่วนใหญ่ใช้กับผู้ป่วยโรคมะเร็งฯ ที่เรียกว่าการรักษาด้วยเคมีบำบัด 
            ยา 5-Fluorouracil (ไฟว์-เอฟ-ยู) หรือที่รู้จักกันในชื่อ 5-FU เป็นยาชนิดฉีดเข้าหลอดเลือดดำที่ให้หลังจากให้ยา leucovorin ในวันที่ 1 ถึงวันที่ 5 ของการรักษา และกลับมาให้ยาเคมีบำบัดทุก 4 สัปดาห์ จนกว่าแพทย์พิจารณาหยุดการให้ยา ในผู้ป่วยแต่ละรายอาจมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อยาแบบเฉพาะตัว ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการข้างเคียง เพียงเล็กน้อย ในขณะที่ผู้ป่วยบางรายมีอาการข้างเคียงมาก ดังนั้นอาการข้างเคียงที่ให้ ข้อมูลไว้ ณ ที่นี้อาจจะไม่พบในผู้ป่วยทุกรายที่ได้รับยานี้ และอาจมีอาการแตกต่างจากนี้ ถ้าผู้ป่วยได้รับยาเคมีบำบัดมากกว่า 1 ตัว 

ฟลูออโรยูราซิลมีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร
            ยาฟลูออโรยูราซิลอาจก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง/อาการไม่พึงประสงค์) เช่น ไม่อยากอาหาร คลื่นไส้ อาเจียน เหนื่อยล้า อ่อนแรง มึนงง ปวดศีรษะ ผมร่วง ผิวแห้ง ผิวแตกเป็นแผล ตามีน้ำตามากหรือมีตาไวต่อแสงมากกว่าปกติ มีอาการบวม แดง หรือเจ็บบริเวณที่ฉีดยานี้ หากเกิดอาการเหล่านี้ขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีแนวโน้มว่าจะรุนแรงมากขึ้น ผู้ป่วยควรแจ้งให้แพทย์/พยาบาลผู้ทำการรักษาทราบ หรือควรรีบมาพบแพทย์/มาโรงพยาบาลโดยไม่ต้องรอให้ถึงวันนัด
            ยาฟลูออโรยูราซิลอาจก่อให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์อย่างรุนแรงเช่น ท้องเสียมาก มีแผล ในปาก การมองเห็นเปลี่ยนไป มือและเท้าบวมแดงหรือลอก อาจมีอาการเหมือนติดเชื้อเช่น มีไข้ เจ็บคอ อาจมีมีเลือดกำเดาไหล อาเจียนเป็นสีน้ำตาลหรือมีเลือดปน/อาเจียนเป็นเลือด มีจ้ำห้อเลือดขึ้นตามผิวหนัง ปัสสาวะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้มหรือมีเลือดปน/ปัสสาวะเป็นเลือด อุจจาระเหนียวและมีสีดำเข้มหรือมีเลือดปน/อุจจาระเป็นเลือด หรือผู้ป่วยอาจเกิดการแพ้ยาหลังได้รับยานี้เช่น มีผื่นคันขึ้นตามตัว ริมฝีปากและหนังตาบวม หายใจไม่สะดวก/หายใจลำบาก หากเกิดอาการเหล่านี้ขึ้นควรพบแพทย์/มาโรงพยาบาลโดยทันที/ฉุกเฉิน
            อย่างไรก็ดีผู้ป่วยควรตระหนักว่า การที่แพทย์สั่งใช้ยานี้เนื่องจากแพทย์พิจารณาแล้วเห็นว่ายานี้จะมีประโยชน์ต่อผู้ป่วยมากกว่าโทษหรือมากกว่าการได้รับผลข้างเคียงจากยา ผู้ป่วยที่ได้รับยานี้ส่วนมากมีพบว่าเกิดอาการไม่พีงประสงค์ชนิดรุนแรง ผู้ป่วยจึงควรเฝ้าระวังผลข้างเคียงดัง กล่าวที่อาจเกิดขึ้น และรีบแจ้งให้แพทย์ผู้ทำการรักษาทราบ/รีบมาโรงพยาบาลทันทีหากเกิดอาการรุนแรงดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้น
มีข้อควรระวังการใช้ยาฟลูออโรยูราซิลอย่างไร
·       ไม่ควรใช้ยากับผู้ที่แพ้ยานี้
·    หลีกเลี่ยงการใช้ยานี้ในหญิงตั้งครรภ์เพราะว่ายานี้สามารถก่อให้เกิดอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้ ผู้ป่วยหญิงควรปรึกษาแพทย์เพื่อใช้การคุมกำเนิดที่เหมาะสมในระหว่างการใช้ยานี้และยังคงต้องคุมกำเนิดต่อเนื่องหลังการใช้ยานี้แล้วอย่างน้อยอีก 6 เดือน
·    หลีกเลี่ยงการใช้ยานี้ในหญิงที่อยู่ระหว่างการให้นมบุตรเนื่องจากยานี้อาจขับออกทางน้ำนมและเป็นอันตรายต่อทารกได้
·    ผู้ป่วยชายที่กำลังใช้ยานี้ควรได้รับการคุมกำเนิดด้วยถุงยางอนามัยชายและไม่ควรพยายามมีบุตรในระหว่างการใช้ยานี้และหลังการใช้ยาไปแล้วอีก 6 เดือน เนื่องจากยานี้สามารถหลั่งออกมาพร้อมกับน้ำอสุจิระหว่างการมีเพศสัมพันธ์และอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ทารกได้
·       เอนไซม์ไดไฮโดรไพริมิดีนดีไฮโดรจิเนส (Dihydropyrimidine Dehydrogenase; DPD) จากตับมีความสำคัญในฐานะที่ช่วยเมทาบอไลต์ (Metabolite)/ช่วยในกระบวนการเปลี่ยนรูปและกำจัดยาฟลูออโรยูราซิลออกนอกร่างกาย หากเคยมีประวัติว่ามี DPD ต่ำกว่าปกติ/มีโรคตับ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบ เนื่องจากผู้ป่วยอาจเกิดการสะสมของยานี้ในร่างกายสูงมากจนมีโอ กาสได้รับผลข้างเคียงที่รุนแรงจากยานี้มากกว่าคนปกติ
·    ยาฟลูออโรยูราซิลจะทำให้กระบวนการสมานแผล/แผลหายช้าลง ผู้ป่วยที่จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดใดๆควรแจ้งให้แพทย์หรือทันตแพทย์ทราบถึงการใช้ยานี้ก่อนการนัดผ่าตัด/หัตถการทางทันตกรรม
·       ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงการรับวัคซีนเชื้อเป็น (Live Vaccines)/วัคซีนที่ประกอบด้วยเชื้อที่มีชีวิตอยู่ขณะได้รับยานี้เช่น วัคซีนโรคหัด (Measles) วัคซีนโรคหัดเยอรมัน (Mumps) และวัค ซีนโรคคางทูม (Rubella) เพราะอาจติดโรคจากวัคซีนได้ เพราะยานี้ทำให้ภูมิคุ้มกันต้านทานโรคของผู้ป่วยต่ำลงจึงติดเชื้อได้ง่ายถึงแม้เป็นเชื้อที่มีความรุนแรงต่ำอย่างชนิดที่นำมาใช้ทำวัคซีน นอกจากนั้นผู้ป่วยที่กำลังได้รับยาฟลูออโรยูราซิลหรือภายหลังการได้รับยานี้ไปแล้วอีกประมาณ 6 เดือนอาจมีความเสี่ยงในการติดเชื้อเหล่านี้ได้ง่ายเช่นกันเนื่องจากระดับภูมิคุ้มกันฯของผู้ป่วยจะต่ำกว่าปกติ
·    ผู้ป่วยที่ใช้ยานี้จะทำให้ระดับเม็ดเลือดขาว/ระดับเซลล์ภูมิคุ้มกันโรคต่ำ ผู้ป่วยจึงควรได้รับการตรวจวัดระดับเซลล์เม็ดเลือดขาวอย่างสม่ำเสมอตามแพทย์สั่ง
·       ระมัดระวังการใช้ยานี้กับผู้ป่วยโรคหัวใจ โรคตับ และโรคไต ด้วยยานี้จะทำให้อาการโรคเหล่านี้รุนแรงขึ้น
·       ห้ามแบ่งยาให้ผู้อื่นใช้
·       ห้ามใช้ยาหมดอายุ
·       ห้ามเก็บยาหมดอายุ

ข้อควรระวังระหว่างรับยา
1. เนื่องจากผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียน ผู้ป่วยทุกรายจึงจะได้รับยาฉีดป้องกันอาการคลื่นไส้อาเจียนก่อนรับยาเคมีบำบัดประมาณ 30 นาที
2. ยาเคมีบำบัดทุกชนิดอาจทำให้เกิดอาการแพ้ยาได้ หากรู้สึกแน่นหน้าอก หัวใจเต้นผิดปกติ ใจสั่น เวียนศีรษะ หายใจติดขัด ต้องแจ้งพยาบาลทันที
3. ยา 5-FU อาจทำให้เกิดอาการข้างเคียงเป็นแผลในปาก ผู้ป่วยทุกรายจึงจะได้รับการป้องกันโดยการให้อมน้ำแข็งระหว่างการให้ยาเคมีบำบัด

อาการข้างเคียงจากยาสูตรนี้
1. หลังได้รับยาประมาณ 2-3 วัน อาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียน พะอืดพะอม ซึ่งแพทย์จะสั่งยาป้องกันอาการให้กลับไปรับประทานต่อที่บ้านต่อเนื่อง
2. อาการท้องเสียมักเกิดหลังรับยา ควรรับประทานยาแก้ท้องเสียตามแพทย์สั่งเมื่อมีอาการ ห้ามรับประทานยาแก้ท้องเสียเพื่อป้องกันโดยที่ยังไม่มีอาการท้องเสีย
3. ช่วงสัปดาห์แรกหลังรับยาอาจมีอาการอ่อนเพลีย ไม่มีแรง ซึ่งจะค่อยๆ ดีขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป
4. หากมีอาการเจ็บหรือแสบร้อนในปากควรเปลี่ยนแปรงสีฟันเป็นชนิดขนนุ่มและบ้วนปากบ่อยๆด้วยน้ำสะอาดผสมเกลือเล็กน้อยเพื่อช่วยรักษาความสะอาดในช่องปาก ลดโอกาสติดเชื้อ ห้ามใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนผสมเพราะจะยิ่งระคายเคือง
5. เล็บมือ เล็บเท้าอาจคล้ำลง ผิวหนังอาจไวต่อแสงแดด

เอกสารอ้างอิง
http://www.haamor.com/th/ฟลูออโรยูราซิล
https://www.chulacancer.net/patient-list-page.php?id=629
http://www.ionope.blogspot.com/2014/09/5-fu-5-fluorouracil.html

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น