วันพุธที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2562

ไอโซฟลูเรน


ไอโซฟลูเรน (Isoflurane)
รหัส 1000000060
            ยาไอโซฟลูเรน(Isoflurane) สูตรทางเคมีคือ C3H2ClF5O เป็นยาชื่อสามัญของยาสลบชนิดหนึ่ง การใช้ยานี้กับผู้ป่วย จะเป็นลักษณะการสูดพ่นเข้าทางเดินหายใจ/ทางจมูก ตัวยาเป็นของเหลวใสไม่มีสี มีกลิ่นฉุนและเหม็นอับเล็กน้อย ยานี้มักใช้ควบคู่ไปกับยาสลบไนตรัสออกไซด์ (Nitrous oxide)
            ยาไอโซฟลูเรนเป็นยาสลบที่ออกฤทธิ์เร็ว ปกติการใช้ยาสลบแบบสูดดมชนิดใดๆก็ตาม จะต้องเฝ้าระวังเรื่องสารคัดหลั่งในหลอดลม รวมถึงน้ำลายที่ร่างกายผู้ป่วยอาจหลั่งออกมาแล้วไปปิดกั้นช่องทางเดินหายใจ/หลอดลม
            ยาสลบไอโซฟลูเรนมีฤทธิ์กดศูนย์การควบคุมการหายใจในสมอง ดังนั้นระหว่างการดมยาสลบชนิดนี้ บุคลากรทางการแพทย์ เช่น แพทย์ พยาบาล จะคอยเฝ้าระวังสภาพการหายใจของผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด พร้อมกับเตรียมเครื่องช่วยหายใจไว้คอยช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุจำเป็น อย่างเช่น เมื่อผู้ป่วยหยุดหายใจกะทันหัน
            การใช้ยาสลบไอโซฟลูเรนอย่างเดียว อาจทำให้ผู้ป่วยสลบได้ก็จริง แต่ทว่าผลข้างเคียงประการหนึ่งของยานี้ คือ ทำให้ความดันโลหิตต่ำ โดยขึ้นกับปริมาณของยาไอโซฟลูเรนที่ผู้ป่วยได้รับ เพื่อป้องกันอาการความดันโลหิตต่ำดังกล่าว ทางคลินิกจึงได้นำยาไนตรัสออกไซด์เข้ามาร่วมวางยาสลบด้วย เพื่อลดการใช้ยาไอโซฟลูเรนให้น้อยลง เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดความดันโลหิตต่ำจนเกินไป ทั้งยังช่วยรักษาอัตราการเต้นของหัวใจให้เต้นคงที่ได้ง่ายขึ้น
            นอกจากนี้ยาไอโซฟลูเรนยังก่อให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อคลายตัว การได้รับยานี้อย่างเหมาะสมจะทำให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย จึงง่ายต่อการผ่าตัดผ่านกล้ามเนื้อ สำหรับการกระตุ้นให้กล้ามเนื้อกลับมาทำงานได้เหมือนเดิม แพทย์จะให้ยา Neostigmine เพื่อฟื้นกำลังของกล้ามเนื้อ
            ข้อห้ามใช้ยาไอโซฟลูเรนที่สำคัญ คือ ผู้ที่มีประวัติเกิดอาการ Malignant hyperthermia จากสาเหตุการใช้ยาสลบใดๆก็ตาม ถือเป็นข้อห้ามใช้ยาไอโซฟลูเรนกับผู้ป่วยกลุ่มดังกล่าวด้วย
            ผู้ที่ได้รับการดมยาสลบไอโซฟลูเรน อาจมีอาการข้างเคียง(ผลข้างเคียง) ที่พบบ่อย คือ ทำให้ความฉลาดของสมองลดต่ำลงเล็กน้อยเป็นเวลาประมาณ 2 – 3 วันหลังจากได้รับยานี้ แต่ยาสลบชนิดอื่นๆอาจทำให้ความฉลาดของสมองด้อยลงไปเป็นเวลาประมาณ 6-7 วันก็มี

            การจะใช้ยาไอโซฟลูเรนกับผู้ป่วยที่จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงอย่างเช่น สตรีมีครรภ์/ตั้งครรภ์ และสตรีที่อยู่ในภาวะให้นมบุตร จะต้องขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ผู้รักษาเป็นสำคัญ ด้วยยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกมาสนับสนุนความปลอดภัยของการใช้ยานี้กับผู้ป่วยกลุ่มดังกล่าว
            กรณีพบว่าผู้ป่วยได้รับยาไอโซฟลูเรนเกินขนาด แพทย์จะสั่งระงับการใช้ยาไอโซฟลูเรนทันที แล้วให้ออกซิเจนบริสุทธิ์สูดพ่นเข้าทางเดินหายใจของผู้ป่วยอย่างเพียงพอจนกว่าอาการของผู้ป่วยจะดีขึ้น
            องค์การอนามัยโลกระบุให้ยาไอโซฟลูเรนเป็นยาจำเป็นขั้นพื้นฐานที่สถานพยาบาลต่างๆควรมีสำรองเพื่อให้บริการต่อผู้ป่วย และประเทศไทยโดยกระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดให้ยาไอโซฟลูเรน อยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ และอยู่ในหมวดยาอันตราย ซึ่งมีใช้แต่ในสถานพยาบาล โดยการใช้ยานี้จะต้องเป็นไปตามคำสั่งของแพทย์ผู้รักษาแต่เพียงผู้เดียว

ไอโซฟลูเรนมีสรรพคุณ(คุณสมบัติ)อย่างไร
            ยาไอโซฟลูเรนมีสรรพคุณ/ข้อบ่งใช้ เป็นยาสลบเพื่อลดอาการเจ็บ/ปวดที่จะเกิดขึ้นระหว่างการทำหัตถการทางการแพทย์ อย่างเช่น การผ่าตัด เป็นต้น

ไอโซฟลูเรนมีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร
            ยาไอโซฟลูเรนสามารถก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง/อาการข้างเคียง)ต่อระบบอวัยวะต่างๆของร่างกาย ดังนี้ เช่น
·       ผลต่อระบบเลือด: เช่น เม็ดเลือดขาวเพิ่มสูงขึ้น
·       ผลต่อระบบทางเดินอาหาร: เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องอืด ไม่สบายในช่องท้อง
·       ผลต่อระบบประสาท: เช่น ตัวสั่น ความฉลาดถดถอยเป็นระยะสั้นๆไม่เกิน 1 สัปดาห์หลังได้รับยานี้
·       ผลต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด: เช่น ความดันโลหิตต่ำ หัวใจเต้นผิดจังหวะ
·       ผลต่อตับ: เช่น เกิดภาวะตับอักเสบ แต่พบได้น้อย
·       ผลต่อระบบการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย: เช่น เกิดภาวะMalignant hyperthermia
·       ผลต่อระบบทางเดินหายใจ: เช่น ภาวะกดการหายใจ หายใจขัด/หายใจลำบาก ไอ กล่องเสียงหดเกร็ง/หายใจลำบาก

การระบุอันตราย
            เส้นทางการสัมผัส:การสูดดม สัมผัสกับผิวหนัง ดวงตา การนำเข้าไปในร่างกาย
            การสูดดม : ในทางปฏิบัติไม่มีพิษเมื่อสูดดม ผลกระทบของหัวใจและหลอดเลือดอาจรวมถึงความผันผวนของอัตราการเต้นของหัวใจการเปลี่ยนแปลงของความดันโลหิตอาการเจ็บหน้าอก ระบบทางเดินหายใจ ผลกระทบอาจรวมถึงหายใจถี่, หลอดลมหดเกร็ง, laryngospasms, ภาวะซึมเศร้าทางเดินหายใจ ผลกระทบระบบทางเดินอาหารอาจรวมถึงคลื่นไส้, อารมณ์เสีย กระเพาะอาหารสูญเสียความกระหาย ผลกระทบของระบบประสาทอาจรวมถึง ataxia, tremor, รบกวนการพูด, ง่วง, ปวดหัว, เวียนหัว, มองเห็นภาพซ้อน
            การสัมผัสทางผิวหนัง : อาจทำให้เกิดการระคายเคืองผิวหนัง
            การสัมผัสถูกตา : อาจระคายเคืองต่อดวงตา
          กินหรือกลืนเข้าไป : ไม่เป็นพิษเมื่อกลืนกิน ไม่มีอันตรายเฉพาะใดนอกจากการรักษา ผลกระทบ จากการสูดดม

การปฐมพยาบาล
            หายใจเข้าไป : หากสูดดมสารที่มีความเข้มข้นสูงให้นำผู้ป่วยออกไปสู่อากาศบริสุทธิ์ทันที ถ้าไม่หายใจ ทำการช่วยหายใจ รักษาผู้ที่ได้รับผลกระทบให้อบอุ่นและนำไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด
            สัมผัสถูกผิวหนัง : ในกรณีที่สัมผัสให้ถอดเสื้อผ้าที่เปื้อนออกและล้างสิ่งปนเปื้อนผิวด้วยสบู่และน้ำ นำไปพบแพทย์หากมีอาการระคายเคือง
            สัมผัสถูกตา : ในกรณีที่มีการสัมผัสให้ล้างด้วยน้ำปริมาณมากทันที นำผู้ป่วยไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด
            กินหรือกลืนเข้าไป : ห้ามทำให้อาเจียนจนกว่าจะได้รับคำแนะนำจากแพทย์ ไม่ควรให้อะไรทางปากกับผู้ที่ไม่มีสติ หากกลืนกินในปริมาณมาก ให้ไปพบแพทย์ทันที


เอกสารอ้างอิง
http://www.haamor.com/th/ไอโซฟลูเรน
https://www.buffportal.mdc-berlin.de/data/wiki_pages/51/Sicherheitsdatenblatt_Isofluran.pdf

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น