ไอโซฟลูเรน (Isoflurane)
รหัส 1000000060
ยาไอโซฟลูเรน(Isoflurane)
สูตรทางเคมีคือ C3H2ClF5O เป็นยาชื่อสามัญของยาสลบชนิดหนึ่ง
การใช้ยานี้กับผู้ป่วย จะเป็นลักษณะการสูดพ่นเข้าทางเดินหายใจ/ทางจมูก
ตัวยาเป็นของเหลวใสไม่มีสี มีกลิ่นฉุนและเหม็นอับเล็กน้อย
ยานี้มักใช้ควบคู่ไปกับยาสลบไนตรัสออกไซด์ (Nitrous oxide)
ยาไอโซฟลูเรนเป็นยาสลบที่ออกฤทธิ์เร็ว
ปกติการใช้ยาสลบแบบสูดดมชนิดใดๆก็ตาม จะต้องเฝ้าระวังเรื่องสารคัดหลั่งในหลอดลม
รวมถึงน้ำลายที่ร่างกายผู้ป่วยอาจหลั่งออกมาแล้วไปปิดกั้นช่องทางเดินหายใจ/หลอดลม
ยาสลบไอโซฟลูเรนมีฤทธิ์กดศูนย์การควบคุมการหายใจในสมอง
ดังนั้นระหว่างการดมยาสลบชนิดนี้ บุคลากรทางการแพทย์ เช่น แพทย์ พยาบาล
จะคอยเฝ้าระวังสภาพการหายใจของผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด
พร้อมกับเตรียมเครื่องช่วยหายใจไว้คอยช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุจำเป็น อย่างเช่น
เมื่อผู้ป่วยหยุดหายใจกะทันหัน
การใช้ยาสลบไอโซฟลูเรนอย่างเดียว
อาจทำให้ผู้ป่วยสลบได้ก็จริง แต่ทว่าผลข้างเคียงประการหนึ่งของยานี้ คือ
ทำให้ความดันโลหิตต่ำ โดยขึ้นกับปริมาณของยาไอโซฟลูเรนที่ผู้ป่วยได้รับ
เพื่อป้องกันอาการความดันโลหิตต่ำดังกล่าว
ทางคลินิกจึงได้นำยาไนตรัสออกไซด์เข้ามาร่วมวางยาสลบด้วย
เพื่อลดการใช้ยาไอโซฟลูเรนให้น้อยลง
เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดความดันโลหิตต่ำจนเกินไป
ทั้งยังช่วยรักษาอัตราการเต้นของหัวใจให้เต้นคงที่ได้ง่ายขึ้น
นอกจากนี้ยาไอโซฟลูเรนยังก่อให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อคลายตัว
การได้รับยานี้อย่างเหมาะสมจะทำให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย
จึงง่ายต่อการผ่าตัดผ่านกล้ามเนื้อ
สำหรับการกระตุ้นให้กล้ามเนื้อกลับมาทำงานได้เหมือนเดิม แพทย์จะให้ยา Neostigmine
เพื่อฟื้นกำลังของกล้ามเนื้อ
ข้อห้ามใช้ยาไอโซฟลูเรนที่สำคัญ คือ
ผู้ที่มีประวัติเกิดอาการ Malignant hyperthermia จากสาเหตุการใช้ยาสลบใดๆก็ตาม
ถือเป็นข้อห้ามใช้ยาไอโซฟลูเรนกับผู้ป่วยกลุ่มดังกล่าวด้วย
ผู้ที่ได้รับการดมยาสลบไอโซฟลูเรน
อาจมีอาการข้างเคียง(ผลข้างเคียง) ที่พบบ่อย คือ ทำให้ความฉลาดของสมองลดต่ำลงเล็กน้อยเป็นเวลาประมาณ
2
– 3 วันหลังจากได้รับยานี้
แต่ยาสลบชนิดอื่นๆอาจทำให้ความฉลาดของสมองด้อยลงไปเป็นเวลาประมาณ 6-7 วันก็มี
การจะใช้ยาไอโซฟลูเรนกับผู้ป่วยที่จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงอย่างเช่น
สตรีมีครรภ์/ตั้งครรภ์ และสตรีที่อยู่ในภาวะให้นมบุตร
จะต้องขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ผู้รักษาเป็นสำคัญ
ด้วยยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกมาสนับสนุนความปลอดภัยของการใช้ยานี้กับผู้ป่วยกลุ่มดังกล่าว
กรณีพบว่าผู้ป่วยได้รับยาไอโซฟลูเรนเกินขนาด
แพทย์จะสั่งระงับการใช้ยาไอโซฟลูเรนทันที แล้วให้ออกซิเจนบริสุทธิ์สูดพ่นเข้าทางเดินหายใจของผู้ป่วยอย่างเพียงพอจนกว่าอาการของผู้ป่วยจะดีขึ้น
องค์การอนามัยโลกระบุให้ยาไอโซฟลูเรนเป็นยาจำเป็นขั้นพื้นฐานที่สถานพยาบาลต่างๆควรมีสำรองเพื่อให้บริการต่อผู้ป่วย
และประเทศไทยโดยกระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดให้ยาไอโซฟลูเรน อยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ
และอยู่ในหมวดยาอันตราย ซึ่งมีใช้แต่ในสถานพยาบาล
โดยการใช้ยานี้จะต้องเป็นไปตามคำสั่งของแพทย์ผู้รักษาแต่เพียงผู้เดียว
ไอโซฟลูเรนมีสรรพคุณ(คุณสมบัติ)อย่างไร
ยาไอโซฟลูเรนมีสรรพคุณ/ข้อบ่งใช้
เป็นยาสลบเพื่อลดอาการเจ็บ/ปวดที่จะเกิดขึ้นระหว่างการทำหัตถการทางการแพทย์
อย่างเช่น การผ่าตัด เป็นต้น
ไอโซฟลูเรนมีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร
ยาไอโซฟลูเรนสามารถก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์
(ผลข้างเคียง/อาการข้างเคียง)ต่อระบบอวัยวะต่างๆของร่างกาย ดังนี้ เช่น
· ผลต่อระบบเลือด:
เช่น เม็ดเลือดขาวเพิ่มสูงขึ้น
· ผลต่อระบบทางเดินอาหาร:
เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องอืด ไม่สบายในช่องท้อง
· ผลต่อระบบประสาท:
เช่น ตัวสั่น ความฉลาดถดถอยเป็นระยะสั้นๆไม่เกิน 1
สัปดาห์หลังได้รับยานี้
· ผลต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด:
เช่น ความดันโลหิตต่ำ หัวใจเต้นผิดจังหวะ
· ผลต่อตับ:
เช่น เกิดภาวะตับอักเสบ แต่พบได้น้อย
· ผลต่อระบบการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย:
เช่น เกิดภาวะMalignant hyperthermia
· ผลต่อระบบทางเดินหายใจ:
เช่น ภาวะกดการหายใจ หายใจขัด/หายใจลำบาก ไอ กล่องเสียงหดเกร็ง/หายใจลำบาก
การระบุอันตราย
เส้นทางการสัมผัส:การสูดดม
สัมผัสกับผิวหนัง ดวงตา การนำเข้าไปในร่างกาย
การสูดดม : ในทางปฏิบัติไม่มีพิษเมื่อสูดดม
ผลกระทบของหัวใจและหลอดเลือดอาจรวมถึงความผันผวนของอัตราการเต้นของหัวใจการเปลี่ยนแปลงของความดันโลหิตอาการเจ็บหน้าอก
ระบบทางเดินหายใจ ผลกระทบอาจรวมถึงหายใจถี่, หลอดลมหดเกร็ง,
laryngospasms, ภาวะซึมเศร้าทางเดินหายใจ
ผลกระทบระบบทางเดินอาหารอาจรวมถึงคลื่นไส้, อารมณ์เสีย กระเพาะอาหารสูญเสียความกระหาย
ผลกระทบของระบบประสาทอาจรวมถึง ataxia, tremor, รบกวนการพูด,
ง่วง, ปวดหัว, เวียนหัว,
มองเห็นภาพซ้อน
การสัมผัสทางผิวหนัง : อาจทำให้เกิดการระคายเคืองผิวหนัง
การสัมผัสถูกตา : อาจระคายเคืองต่อดวงตา
กินหรือกลืนเข้าไป : ไม่เป็นพิษเมื่อกลืนกิน
ไม่มีอันตรายเฉพาะใดนอกจากการรักษา ผลกระทบ จากการสูดดม
การปฐมพยาบาล
หายใจเข้าไป : หากสูดดมสารที่มีความเข้มข้นสูงให้นำผู้ป่วยออกไปสู่อากาศบริสุทธิ์ทันที
ถ้าไม่หายใจ ทำการช่วยหายใจ รักษาผู้ที่ได้รับผลกระทบให้อบอุ่นและนำไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด
สัมผัสถูกผิวหนัง : ในกรณีที่สัมผัสให้ถอดเสื้อผ้าที่เปื้อนออกและล้างสิ่งปนเปื้อนผิวด้วยสบู่และน้ำ
นำไปพบแพทย์หากมีอาการระคายเคือง
สัมผัสถูกตา : ในกรณีที่มีการสัมผัสให้ล้างด้วยน้ำปริมาณมากทันที
นำผู้ป่วยไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด
กินหรือกลืนเข้าไป : ห้ามทำให้อาเจียนจนกว่าจะได้รับคำแนะนำจากแพทย์
ไม่ควรให้อะไรทางปากกับผู้ที่ไม่มีสติ หากกลืนกินในปริมาณมาก ให้ไปพบแพทย์ทันที
เอกสารอ้างอิง
http://www.haamor.com/th/ไอโซฟลูเรน
https://www.buffportal.mdc-berlin.de/data/wiki_pages/51/Sicherheitsdatenblatt_Isofluran.pdf
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น