กรดไฮโดรคลอริก
รหัส 1000000056
คุณสมบัติ
|
|
สูตรเคมี
|
HCl in water (H2O)
|
มวลต่อหนึ่งโมล
|
36.46 g/mol (HCl)
|
ลักษณะทางกายภาพ
|
Clear colorless to light-yellow liquid
|
ความหนาแน่น
|
1.18g/cm3
|
จุดหลอมเหลว
|
−27.32 °C (247 K) 38%
solution.
|
จุดเดือด
|
110 °C (383 K) ,20.2% solution;
48 °C (321 K) ,38% solution. |
ความสามารถละลายได้ในน้ำ
|
Miscible.
|
pKa
|
−8.0
|
ความหนืด
|
1.9 mPa·s at 25 °C,31.5%
solution
|
กรดเกลือ หรือเรียกอีกชื่อ
กรดไฮโดรคลอริก (HCl) เป็นกรดที่มีใช้กันมากในอุตสาหกรรม
มีสถานะเป็นของเหลวที่มีค่าความเข้มข้นต่างๆ เช่น กรดไฮโดรคลอริกเข้มข้น
และกรดไฮโดรคลอริก 35% และ 37% จัดเป็นกรดแก่ ใช้มากในการผลิตคลอไรด์
อุตสาหกรรมสี ชุบโลหะ ใช้ถลุงแร่เพื่อผลิต ดีบุก และแทนทาลัม, ใช้ในการปรับความเป็นกรด-ด่าง โดยเฉพาะสารที่เป็นด่างให้มีความเป็นกรด ใช้
Hydrolized แป้ง และโปรตีน เพื่อผลิตอาหารรูปแบบต่าง ๆ
ใช้กัดผิว และทำความสะอาดผิวโลหะใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมอื่น ๆ
ลักษณะเฉพาะ
กรดเกลือหรือกรดไฮโดรคลอริก
ถูกค้นพบครั้งแรกด้วยนักเล่นแร่แปลธาตุชื่อ จารเบียร์ เฮย์ยัน มีลักษณะจำเพาะ
ดังนี้
1. เป็นของเหลวไม่มีสีหรือมีสีใสออกเหลือง มีไอระเหย มีกลิ่นฉุน
ไม่เป็นสารไวไฟ
2. ระเหยเป็นไอได้รวดเร็ว ไอเป็นกรดมีพิษต่อระบบทางเดินหายใจ
3. เป็นกรดแก่
4. มีมวล 36.46 กรัม/โมล
5. ความหนาแน่น 1.18 กรัม/ลบ.ซม.
6. จุดหลอมเหลว -27.32 องศาเซลเซียส
7. จุดเดือด 110 องศาเซลเซียส
ประโยชน์
และการนำไปใช้
– ใช้เป็นสารฟอกหนัง ฟอกสี
– ใช้สำหรับปรับสภาพความเป็นด่างของน้ำให้เป็นกรด ใช้มากในระบบบำบัดน้ำเสีย
– ใช้ในอุตสาหกรรมชุบเคลือบโลหะ
– ใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร
– ใช้เป็นตัวทำละลายในอุตสาหกรรมผลิตสี และผลิตภัณฑ์ที่ต้องใช้ตัวทำละลายกรด
– ใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดโลหะ
– ใช้ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี กระบวนการเตรียมสารประกอบอินทรีย์ เช่น
ไวนิลคลอไรด์โมโนเมอร์
เป็นต้น
– ใช้ในกระบวนการฆ่าเชื้อในระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำหรือระบบบำบัดน้ำเสีย
หรือใช้ฆ่าเชื้อได้โดยตรง
ข้อมูลความอันตรายของสาร
– เมื่อการสลายตัวหรือทำปฏิกิริยากับโลหะหรือสารอื่นจะทำให้เกิดควันที่เป็นพิษของก๊าซ
Hydrogen chloride และเกิดปฏิกิริยาที่มีความไวกับไฟหรือเกิดระเบิดได้ง่าย
จึงควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับด่าง, amines, โลหะกลุ่มอัลคาไล,
ทองแดง, อัลล์ลอยด์ของทองแดง, อลูมิเนียม, เหล็ก
– เกิดปฏิกิริยารุนแรงหากกรดมีความเข้มข้นสูงมีการสัมผัสกับน้ำ
– มีความเป็นพิษสูง และมีฤทธิ์กัดกร่อนสูงมาก ควัน
และไอจะระคายเคืองต่อดวงตา, เยื่อบุอ่อน, และทางเดินหายใจส่วนบน
ข้อแนะนำ
และแนวทางปฏิบัติ
– ควรสวมเครื่องกรองอากาศ, ถุงมือกันสารเคมี, แว่นครอบตา และเสื้อผ้าคลุมตามมาตรฐานของ OSHA/MSHA
– ควรจัดให้มีท่อฝักบัว และอ่างล้างตาในสถานที่ปฏิบัติงาน
– ระวังการสัมผัสถูกซ้ำ ๆ หรือต่อเนื่องเป็นเวลานาน
– ควรเก็บภาชนะให้ปิดแน่นเสมอ, เก็บไว้ในที่แห้งและเย็น,
ระวังอาจเกิดแรงดันในภาชนะได้
– ถ้าสัมผัสถูกให้เปิดน้ำล้างบริเวณที่สัมผัสถูก เช่น ตา, ผิวหนัง, ด้วยน้ำปริมาณมาก ๆ อย่างน้อย 15 นาที พร้อม ๆ ไปกับถอดเสื้อผ้า และรองเท้าที่เปื้อนออก
โดยเฉพาะบริเวณดวงตา เพื่อความแน่ใจว่าล้างสารพิษออกหมด ให้ใช้นิ้วมือดึงหนังตา
เปิดล้างด้วยน้ำสะอาดด้วย
– ถ้าหายใจเข้าไป ให้นำผู้ป่วยออกมาที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์, ถ้าหายใจติดขัด ให้ออกซิเจน
– ถ้าผู้ป่วยไม่หายใจ ให้รีบทำการช่วยหายใจ วิธีที่ควรใช้คือ ปาก ต่อ ปาก
– ถ้ารับประทาน และผู้ป่วยมีสติให้ดื่มน้ำมาก ๆ ห้ามทำให้อาเจียนเด็ดขาด
– สุดท้ายรีบนำผู้ป่วยส่งแพทย์
ข้อความแสดงความเป็นอันตราย
H290 อาจกัดกร่อนโลหะ
H314 ทำให้ผิวหนังไหม้อย่างรุนแรงและทำลายดวงตา
H335 อาจระคายเคืองต่อทางการหายใจ
ข้อความแสดงข้อควรระวัง
การป้องกัน
P280 สวมถุงมือ/ชุดนิรภัยและอุปกรณ์ป้องกันดวงตา/ใบหน้า
การตอบสนอง
P301 + P330 + P331 หากกลืนกิน
ให้บ้วนปาก ห้ามทำให้อาเจียน
P305 + P351 + P338 หากเข้าตา
ล้างตาด้วยน้ำเป็นเวลาหลายๆนาที
P308 + P310 หากได้รับสัมผัสหรือเกี่ยวข้อง
รีบโทรหาศูนย์พิษวิทยาหรือแพทย์ / โรงพยาบาลทันที
มาตรการปฐมพยาบาล
1. คำอธิบายของมาตรการการปฐมพยาบาลที่จำเป็น
ข้อแนะนำทั่วไป
ผู้ให้การปฐมพยาบาลจำเป็นต้องป้องกันตัวเอง
เมื่อสูดดม: ให้รับอากาศบริสุทธิ์ นำส่งแพทย์
ในกรณีที่สัมผัสกับผิวหนัง:
ถอดเสื้อผ้าที่ปนเปื้อนทั้งหมดออกทันที ล้างผิวหนังด้วยน้ำไหลริน / ฝักบัว โทรตามแพทย์ทันที
เมื่อเข้าตา: ล้างออกด้วยน้ำปริมาณมาก
โปรดปรึกษาจักษุแพทย์ทันที ถอดคอนแทคเลนส์
หลังจากกลืน: ให้ผู้ป่วยดื่มน้ำตามอย่างน้อยสองแก้วและหลีกเลี่ยงการอาเจียรเพราะอาจทำให้เกิดการกัดกร่อน
โทรตามแพทย์ทันที ห้ามทำให้เป็นกลาง
2.
อาการและผลกระทบที่สำคัญที่สุดทั้งแบบเฉียบพลัน และเกิดในภายหลัง
การทำให้ระคายเคืองและการกัดกร่อน, ไอ, ภาวะหายใจสั้นเร็วแบบรุนแรง, หลอดเลือดเลี้ยงหัวใจผิดปกติ, อาจทำให้ตาบอด
เอกสารอ้างอิง
https://www.th.wikipedia.org/wiki/กรดไฮโดรคลอริก
https://www.siamchemi.com/กรดเกลือ
http://www.merckmillipore.com
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น