วันพุธที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2562

Phenol


Phenol (ฟีนอล)
รหัส 1000000052
คุณสมบัติ
สูตรโมเลกุล
C6H6O
มวลโมเลกุล
94.11 g mol1
ลักษณะทางกายภาพ
Transparent crystalline solid
กลิ่น
Sweet and tarry
ความหนาแน่น
1.07 g/cm3
จุดหลอมเหลว
40.5 °C, 314 K, 105 °F
จุดเดือด
181.7 °C, 455 K, 359 °F
ความสามารถละลายได้ในน้ำ
8.3 g/100 mL (20 °C)
log P
1.48
ความดันไอ
0.4 mmHg (20 °C)
pKa
9.95 (in water),29.1 (in acetonitrile)
UV-vis (λmax)
270.75 nm
Dipole moment
1.224 D

            ฟีนอล (Phenol) เป็นสารประกอบอะโรมาติคที่ผลิตได้จากสารประกอบอะโรมาติคชนิดอื่นๆ เช่น เบนซีน โทลูอีน เป็นสารที่ถูกนำมาใช้เป็นสารตั้งต้นในการผลิตผลิตภัณฑ์เคมีหลายชนิด อาทิ สีย้อม สารเคมีกำจัดวัชพืช และศัตรูพืช ยาในทางการแพทย์ เป็นต้น
            ฟีนอลมีสูตรเคมี C6H5OH เป็นสารสารประกอบที่มีหมู่ hydroxyl (OH) ต่อกับกลุ่มอะโรมาติค มีสถานะเป็นของแข็งสีชมพูอ่อน มวลโมเลกุลเท่ากับ 94.01 กรัม/โมล สามารถละลายได้ดีในแอลกอฮอร์ คาร์บอนเตทตระคลอไรด์ และอะซิติคเอซิด เป็นต้น หากมีหมู่อื่นแทนที่หมู่ OH หรือมาเกาะกับวงแหวนของฟีนอล เช่น CH3 หรือ Cl จะได้เป็นอนุพันธ์ของฟีนอล ซึ่งเรียกแตกต่างกันตามหมู่แทนที่ที่มาเกาะ

ประโยชน์ฟีนอล
            สารฟีนอลมีการนำมาใช้ประโยชน์อย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมหลายประเภท ได้แก่ อุตสาหกรรมปิโตรเคมี, อุตสาหกรรมพลาสติก, สารเคมีในการเกษตร, อุตสาหกรรมผลิตยา, อุตสาหกรรมสารฆ่าเชื้อโรค และน้ำยาทำความสะอาด, อุตสาหกรรมสีย้อม, อุตสาหกรรมสบู่ และกระดาษ เป็นต้น

ข้อมูลความเป็นอันตราย
รหัสความเป็นอันตราย
(Hazard Code)
ข้อความแสดงความเป็นอันตราย
(Hazard Statement)
H341
มีข้อสงสัยว่าอาจเกิดความผิดปกติต่อพันธุกรรม (Suspected of causing genetic defects)
H331
เป็นพิษเมื่อหายใจเข้าไป (Toxic if inhaled)
H311
เป็นพิษเมื่อสัมผัสผิวหนัง (Toxic in contact with skin)
H301
เป็นพิษเมื่อกลืนกินเข้าไป (Toxic if swallowed)
H373 **
อาจทำอันตรายต่ออวัยวะ เมื่อรับสัมผัสเป็นเวลานานหรือรับสัมผัสซ้ำ (May causes damage to organs through prolonged or repeated exposure)
H314
ทำให้ผิวหนังไหม้อย่างรุนแรงและทำลายดวงตา (Cause severe skin burns and eye damage)
หมายเหตุ
** ยังไม่สามารถระบุอวัยวะทั้งหมดที่ได้รับอันตราย และ/หรือทางรับสัมผัสสารเคมีอย่างเฉพาะเจาะจง

ผลกระทบของฟีนอลต่อคนและสัตว์
            การปนเปื้อนของฟีนอลสู่สิ่งแวดล้อมมักมีแหล่งกำเนิดมากจากภาคอุตสาหกรรมที่อาจเกิดการแพร่ออกสู่สิ่งแวดล้อมในกระบวนการผลิต กระบวนการจัดเก็บ กระบวนการขนส่ง และกำจัดของเสีย อุตสาหกรรมเหล่านั้น ได้แก่ การผลิตพลาสติก การผลิตยากำจัดศัตรูพืช การฟอกย้อม และสีย้อม อุตสาหกรรมพ่นสีรถยนต์ เป็นต้น หากมีการปนเปื้อนจะทำให้เกิดอันตรายต่อคน สัตว์ ระบบนิเวศ และสิ่งแวดล้อมได้สูง สำหรับความเป็นพิษของฟีนอลแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
1.       การเป็นพิษเฉียบพลัน (acute toxic)อันเกิดจากการสัมผัส จะทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนัง เยื่อบุตา เยื่อบุระบบทางเดินหายใจ มีอาการวิงเวียนศรีษะ อาเจียน ท้องร่วง และการได้รับสารฟีนอลเข้าทางปากเพียง 4.8 มิลลิกรัม จะทำให้เสียชีวิตได้ภายใน 15 นาที
2.       ความเป็นพิษเรื้อรัง (chronic toxic) อันเกิดจากการสัมผัส และได้รับสารฟีนอลเป็นเวลานานจนเกิดการสะสมในร่างกายระยะยาวแล้วเริมปรากฏอาการ เช่น ท้องร่วง เบื่ออาหาร ตับวาย และอาจก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้
            ค่ามาตรฐานน้ำทิ้งของสารฟีนอลจากโรงงานอุตสาหกรรม และนิคมอุตสาหกรรม พ.ศ. 2539 กำหนดให้มีค่าฟีนอลไม่เกิน 1 มิลลิกรัม/ลิตร ซึ่งปริมาณฟีนอลในน้ำเสียจะแตกต่างกันตามประเภท และขนาดอุตสาหกรรมนั้นๆ เช่น อุตสาหกรรมผลิตกระดาษ มีความเข้มข้นของฟีนอลในน้ำเสียประมาณ 0-800 มิลลิกรัม/ลิตร อุตสาหกรรมกลั่นน้ำมันมีความเข้มข้นในน้ำเสีย 0-270 มิลลิกรัม/ลิตร เป็นต้น ส่วน  U.S. EPA กำหนดมาตรฐานการปนเปื้อนฟีนอลในแหล่งน้ำผิวดิน ไม่เกิน 3.5 มิลลิกรัม/ลิตร
            Baker (1978) ได้ศึกษากลุ่มตัวอย่างจำนวน 39 คน ที่ดื่มน้ำปนเปื้อนฟีนอลในปริมาณ 10-240 มิลลิกรัม/วัน พบว่า คนเหล่านั้นมีอาการท้องร่วง เป็นแผลที่ปาก และระบบทางเดินอาหาร
            Deich man (1994) ได้ศึกษาผลของฟีนอลต่อหมู หนู และกระต่าย ที่ได้รับฟีนอลในปริมาณ 26-52 มิลลิกรัม/ลิตร เป็นเวลา 7 ชั่วโมง/วัน พบว่า หลังจากวันที่ 28 ของการให้สารฟีนอล หมู 5 ตัวใน 12 ตัว เกิดการเสียชีวิต

เอกสารอ้างอิง
https://www.th.wikipedia.org/wiki/ฟินอล
http://www.chemtrack.org/Chem-Detail.asp?ID=01547&CAS=
https://www.siamchemi.com/ฟินอล

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น