Phenol (ฟีนอล)
รหัส 1000000052
คุณสมบัติ
|
|
สูตรโมเลกุล
|
C6H6O
|
มวลโมเลกุล
|
94.11 g mol−1
|
ลักษณะทางกายภาพ
|
Transparent crystalline solid
|
กลิ่น
|
Sweet and tarry
|
ความหนาแน่น
|
1.07 g/cm3
|
จุดหลอมเหลว
|
40.5 °C, 314 K, 105 °F
|
จุดเดือด
|
181.7 °C, 455 K, 359 °F
|
ความสามารถละลายได้ในน้ำ
|
8.3 g/100 mL (20 °C)
|
log P
|
1.48
|
ความดันไอ
|
0.4 mmHg (20 °C)
|
pKa
|
9.95 (in water),29.1 (in acetonitrile)
|
UV-vis (λmax)
|
270.75 nm
|
Dipole moment
|
1.224 D
|
ฟีนอล (Phenol)
เป็นสารประกอบอะโรมาติคที่ผลิตได้จากสารประกอบอะโรมาติคชนิดอื่นๆ
เช่น เบนซีน โทลูอีน
เป็นสารที่ถูกนำมาใช้เป็นสารตั้งต้นในการผลิตผลิตภัณฑ์เคมีหลายชนิด อาทิ สีย้อม
สารเคมีกำจัดวัชพืช และศัตรูพืช ยาในทางการแพทย์ เป็นต้น
ฟีนอลมีสูตรเคมี C6H5OH
เป็นสารสารประกอบที่มีหมู่ hydroxyl (OH) ต่อกับกลุ่มอะโรมาติค
มีสถานะเป็นของแข็งสีชมพูอ่อน มวลโมเลกุลเท่ากับ 94.01 กรัม/โมล
สามารถละลายได้ดีในแอลกอฮอร์ คาร์บอนเตทตระคลอไรด์ และอะซิติคเอซิด เป็นต้น
หากมีหมู่อื่นแทนที่หมู่ OH หรือมาเกาะกับวงแหวนของฟีนอล
เช่น CH3 หรือ Cl จะได้เป็นอนุพันธ์ของฟีนอล
ซึ่งเรียกแตกต่างกันตามหมู่แทนที่ที่มาเกาะ
ประโยชน์ฟีนอล
สารฟีนอลมีการนำมาใช้ประโยชน์อย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมหลายประเภท
ได้แก่ อุตสาหกรรมปิโตรเคมี, อุตสาหกรรมพลาสติก,
สารเคมีในการเกษตร, อุตสาหกรรมผลิตยา, อุตสาหกรรมสารฆ่าเชื้อโรค และน้ำยาทำความสะอาด, อุตสาหกรรมสีย้อม,
อุตสาหกรรมสบู่ และกระดาษ เป็นต้น
ข้อมูลความเป็นอันตราย
รหัสความเป็นอันตราย
(Hazard Code) |
ข้อความแสดงความเป็นอันตราย
(Hazard Statement) |
H341
|
มีข้อสงสัยว่าอาจเกิดความผิดปกติต่อพันธุกรรม (Suspected
of causing genetic defects)
|
H331
|
เป็นพิษเมื่อหายใจเข้าไป (Toxic
if inhaled)
|
H311
|
เป็นพิษเมื่อสัมผัสผิวหนัง (Toxic
in contact with skin)
|
H301
|
เป็นพิษเมื่อกลืนกินเข้าไป (Toxic
if swallowed)
|
H373 **
|
อาจทำอันตรายต่ออวัยวะ
เมื่อรับสัมผัสเป็นเวลานานหรือรับสัมผัสซ้ำ (May causes damage to
organs through prolonged or repeated exposure)
|
H314
|
ทำให้ผิวหนังไหม้อย่างรุนแรงและทำลายดวงตา (Cause
severe skin burns and eye damage)
|
หมายเหตุ
**
ยังไม่สามารถระบุอวัยวะทั้งหมดที่ได้รับอันตราย
และ/หรือทางรับสัมผัสสารเคมีอย่างเฉพาะเจาะจง
ผลกระทบของฟีนอลต่อคนและสัตว์
การปนเปื้อนของฟีนอลสู่สิ่งแวดล้อมมักมีแหล่งกำเนิดมากจากภาคอุตสาหกรรมที่อาจเกิดการแพร่ออกสู่สิ่งแวดล้อมในกระบวนการผลิต
กระบวนการจัดเก็บ กระบวนการขนส่ง และกำจัดของเสีย อุตสาหกรรมเหล่านั้น ได้แก่
การผลิตพลาสติก การผลิตยากำจัดศัตรูพืช การฟอกย้อม และสีย้อม อุตสาหกรรมพ่นสีรถยนต์
เป็นต้น หากมีการปนเปื้อนจะทำให้เกิดอันตรายต่อคน สัตว์ ระบบนิเวศ
และสิ่งแวดล้อมได้สูง สำหรับความเป็นพิษของฟีนอลแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
1. การเป็นพิษเฉียบพลัน
(acute
toxic)อันเกิดจากการสัมผัส จะทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนัง
เยื่อบุตา เยื่อบุระบบทางเดินหายใจ มีอาการวิงเวียนศรีษะ อาเจียน ท้องร่วง
และการได้รับสารฟีนอลเข้าทางปากเพียง 4.8 มิลลิกรัม
จะทำให้เสียชีวิตได้ภายใน 15 นาที
2. ความเป็นพิษเรื้อรัง
(chronic
toxic) อันเกิดจากการสัมผัส
และได้รับสารฟีนอลเป็นเวลานานจนเกิดการสะสมในร่างกายระยะยาวแล้วเริมปรากฏอาการ เช่น
ท้องร่วง เบื่ออาหาร ตับวาย และอาจก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้
ค่ามาตรฐานน้ำทิ้งของสารฟีนอลจากโรงงานอุตสาหกรรม
และนิคมอุตสาหกรรม พ.ศ. 2539 กำหนดให้มีค่าฟีนอลไม่เกิน 1 มิลลิกรัม/ลิตร ซึ่งปริมาณฟีนอลในน้ำเสียจะแตกต่างกันตามประเภท
และขนาดอุตสาหกรรมนั้นๆ เช่น อุตสาหกรรมผลิตกระดาษ
มีความเข้มข้นของฟีนอลในน้ำเสียประมาณ 0-800 มิลลิกรัม/ลิตร
อุตสาหกรรมกลั่นน้ำมันมีความเข้มข้นในน้ำเสีย 0-270
มิลลิกรัม/ลิตร เป็นต้น ส่วน U.S.
EPA กำหนดมาตรฐานการปนเปื้อนฟีนอลในแหล่งน้ำผิวดิน ไม่เกิน 3.5 มิลลิกรัม/ลิตร
Baker (1978) ได้ศึกษากลุ่มตัวอย่างจำนวน
39 คน ที่ดื่มน้ำปนเปื้อนฟีนอลในปริมาณ 10-240 มิลลิกรัม/วัน พบว่า คนเหล่านั้นมีอาการท้องร่วง เป็นแผลที่ปาก
และระบบทางเดินอาหาร
Deich man (1994) ได้ศึกษาผลของฟีนอลต่อหมู
หนู และกระต่าย ที่ได้รับฟีนอลในปริมาณ 26-52 มิลลิกรัม/ลิตร
เป็นเวลา 7 ชั่วโมง/วัน พบว่า หลังจากวันที่ 28 ของการให้สารฟีนอล หมู 5 ตัวใน 12 ตัว เกิดการเสียชีวิต
เอกสารอ้างอิง
https://www.th.wikipedia.org/wiki/ฟินอล
http://www.chemtrack.org/Chem-Detail.asp?ID=01547&CAS=
https://www.siamchemi.com/ฟินอล
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น