วันพุธที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2562

เอธิลีนออกไซด์


เอธิลีนออกไซด์ (Ethylene oxide)
รหัส 1000000026
คุณสมบัติ
สูตรเคมี
2 H 4 O
มวลกราม
44.052  กรัม·โมล
การปรากฏ
ก๊าซไม่มีสี
กลิ่น
อีเธอร์
ความหนาแน่น
0.8821  g · cm 
จุดหลอมเหลว
112.46 ° C (170.43 ° F; 160.69 K) 
จุดเดือด
10.4 ° C (50.7 ° F; 283.5 K)
การละลายในน้ำ
ผสมกันได้
ความดันไอ
1.46  atm (20  ° C) 
ความไวต่อแม่เหล็ก(χ)
30.5 · 10 6  cm 3 / mol 
ดัชนีหักเห ( D )
1.3597 (589  nm) 
ช่วงเวลาไดโพล
1.94  D 

            เอทิลีนออกไซด์ (ethylene oxide) เป็นก๊าซไม่มีสี มีกลิ่นเฉพาะตัว ติดไฟได้ ประโยชน์หลักของ เอทิลีนออกไซด์ คือ ใช้อบฆ่าเชื้อโรคบนอุปกรณ์และเครื่องมือแพทย์ที่ไม่ทนต่อความร้อน เอทิลีนออกไซด์ มีพิษเฉียบพลันระดับปานกลางในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม แต่เป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ เอทิลีนออกไซด์ สลายตัวในสิ่งแวดล้อม อย่างช้าๆ ปัจจุบัน เอทิลีนออกไซด์ ถูกจัดเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535

            เอทิลีนออกไซด์มีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อได้อย่างกว้างขวาง ตั้งแต่แบคทีเรีย เชื้อรา ฆ่าสปอร์ได้ และฆ่าไวรัสด้วย จึงมีการนำเอทิลีนออกไซด์มาใช้อย่างกว้างขวางดังนี้
·       ใช้ในงานปราศจากเชื้อทางเภสัชกรรม ทันตกรรม และอื่นๆ
·       ใช้ทำให้ปราศจากเชื้อ ของเครื่องมือพลาสติก เครื่องมือที่เป็นยาง
·       งานทางห้องปฏิบัติการหรืองานอื่นที่เกี่ยวข้อง ที่มีการใช้เครื่อง ETO sterilizers หรือเครื่องทำให้ปลอดเชื้อโดยใช้เอทิลีนออกไซด์ เช่น งานห้องผ่าตัด เป็นต้น
            วัสดุที่เป็นยาง และที่เป็นพลาสติกที่ได้ผ่านการทำให้ปราศจากเชื้อด้วยเอทิลีนออกไซด์นั้น สามารถดูดซับเอทิลีนออกไซด์ตกค้างได้ และปล่อยเอทิลีนออกไซด์จากวัสดุที่นึ่งแล้วได้เป็นหลายชั่วโมงถึง เป็นวันๆ ทำให้บรรยากาศบริเวณนั้น เป็นอันตรายต่อผู้สัมผัสได้

อันตรายจากเอธิลีนออกไซด์
พิษเอทิลีนออกไซด์แบบเฉียบพลัน
            เอทิลีนออกไซด์ทำให้ระคายเคืองเยื่อบุตา ระคายเคืองต่อทางเดินหายใจ ระคายเคืองต่อผิวหนัง ทำให้ปวดหัว คลื่นไส้อาเจียน ท้องเสีย หายใจลำบาก เขียว ปอดบวมนํ้า งุนงง อ่อนเพลีย สูญ เสียการประสานงาน ความจำเสื่อม และระบบนำกระแสประสาทช้าลง ผิวหนังอาจมีลักษณะแบบฟรอทไบ้ท์ โดยรวมแล้วเอทิลีนออกไซด์มีผลเสียต่ออวัยวะต่างๆ คือ ตา ระบบเลือด ระบบหายใจ ตับ สมอง และไต ในผู้ที่ทำงานผลิตเอทิลีนออกไซด์ ที่ได้รับอุบัติเหตุในการทำงาน และสัมผัสกับเอทิลีนออกไซด์ เป็นเวลานาน 2 ชั่วโมง จำนวน 7 คน พบมีจำนวนโครโมโซมที่ผิดปกติแบบ Chromosoma aberation สูงมากกว่ากลุ่ม เปรียบเทียบอย่างชัดเจน
พิษเอทีลีนแบบเรื้อรัง
          เป็นสารก่อมะเร็งและทำให้เกิดการกลายพันธุ์
       ในรายงานของประเทศสวีเดน พบว่า ในคลังเก็บสินค้าที่มีการใช้เอทิลีนออกไซด์ที่มีระดับ เท่ากับ 20 ppm (range= 2-70 ppm) ในจำนวนคนทำงานสัมผัส 70 คน ในระยะเวลา 5 ปี มีผู้ป่วยด้วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิด Chronic myeloid leukemia acute myelogenetic leukemia และ primary macroglobulinemia (WaI kenstrom) รวม 3 ราย ซึ่งสูงกว่าค่าที่คาดประมาณการเกิดมะเร็งเม็ดเลือดขาวในประชากรปีเดียวกันมาก

ทางเข้าสู่ร่างกาย
            เอทีลีนออกไซด์เข้าสู่ร่างกายได้ทางการหายใจ การกิน และการซึมผ่านผิวหนัง และเยื่อบุตา

ระดับเอทิลีนที่แนะนำไม่ให้เกินในบรรยากาศการทำงาน
สถาบันอาชีวอนามัยและความปลอดภัยแห่งชาติของสหรัฐอเมริกากำหนดที่ < 0.1 ppm และระดับที่อันตรายต่อชีวิตทันที เท่ากับ 800 ppm
องค์การอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของสหรัฐอเมริกา กำหนดที่ 1 ppm
ในประเทศสหราชอาณาจักร กำหนดที่แบบระยะยาวที่    5 ppm
โดยที่ระดับสูงสุดที่ยอมให้มีได้ ไม่เกินที่    50 ppm

การป้องกันพิษ เอทิลีนออกไซด์
            เริ่มจากการหาสารทดแทน หรือใช้วิธีอื่น หลีกเลี่ยงการใช้ เอทิลีนออกไซด์ในการทำให้ปราศจากเชื้อหรืองานที่ต้องการอื่นๆ ถ้าใช้ต้องเริ่มที่ผู้ที่เกี่ยวข้องต้องทราบว่าได้ทำงานหรือสัมผัสกับกระบวนการทำงานที่มีการใช้เอทิลีนออกไซด์ และมีแผนการไม่ใช้ถ้าทำได้ หากจำเป็นต้องใช้ด้วยความระมัดระวังสูง และมีการเฝ้าคุมอย่างดี หรือมีการใช้อุปกรณ์ป้องกันสุขภาพส่วนบุคคล เช่น เครื่องช่วยหายใจในกรณีที่ระดับ เอทิลีนออกไซด์อยู่ในระดับที่อันตราย แต่เนื่องจากสถาบันอาชีวอนามัยและความปลอดภัยแห่งชาติ ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้จัดเอทิลีนออกไซด์เป็นสารก่อมะร็ง และให้ผู้ทำงานที่เกี่ยวข้องต้องปฏิบัติตนอย่างเคร่งครัด โดย เฉพาะในการใช้เครื่องช่วยหายใจต้องเป็นชนิดที่มีอากาศให้ด้วย และแนะนำให้ระดับของสารก่อมะเร็งทุกชนิดในบรรยากาศการทำงานควรจะทำให้ต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้ และในที่ทำงานควรมี ป้ายเตือน สารก่อมะเร็งโปรดระวัง และผู้ที่เข้าไปทำงานควรได้ป้องกันตน และไม่อนุญาตให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง เข้าในบริเวณที่มี เครื่องมือซึ่งใช้ เอทิลีนออกไซด์หรือบริเวณที่มีสิ่งของที่เพิ่งนำออกจากเครื่องมือนี้ใหม่ๆ ห้ามเด็กเข้าใกล้บริเวณนี้ ถ้าใช้การทำให้ปราศจากเชื้อด้วยวิธีอื่นที่ปลอดภัยกว่าได้เป็นสิ่งที่ควรทำ
การปฐมพยาบาล
เมื่อสูดดมสาร
            ถ้าสูดดมเข้าไป, ให้ย้ายผู้ป่วยไปที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์ ถ้าไม่หายใจให้การช่วยหายใจ  ถ้าหายใจลำบาก ให้ออกซิเจน
เมื่อสัมผัสสาร
            ในกรณีที่ถูกผิวหนัง ให้ล้างออกด้วยน้ำปริมาณมาก เป็นเวลาอย่างน้อย 15 นาที ถอดเสื้อและรองเท้าที่เปื้อนสาร ไปพบแพทย์
เมื่อสารเข้าตา
            ในกรณีที่เข้าตา ให้ล้างด้วยน้ำปริมาณมาก เป็นเวลาอย่างน้อย 15 นาที ต้องแน่ใจว่าได้ล้างตาอย่างเพียงพอ โดยใช้นิ้วมือแยกเปลือกตาออกจากกันระหว่างล้าง ไปพบแพทย์

เอกสารอ้างอิง
https://www.en.wikipedia.org/wiki/Ethylene_oxide
https://www.th.wikipedia.org/wiki/เอทิลีนออกไซด์
http://www.healthcarethai.com/โรคพิษเอทิลีนออกไซด์
http://www.chemtrack.org/MSDSSG/Trf/sgt/sgt75-21-8.html

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น