ทินเนอร์ (Thinner)
รหัส 1000000011
ทินเนอร์ (Thinner)
เป็นผลิตภัณฑ์ที่ประกอบด้วยตัวทำละลายอินทรีย์ระเหยง่ายหลายชนิดผสมกัน
มีลักษณะเป็นของเหลวใส ระเหยง่าย มีกลิ่นฉุน เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับละลาย
และเจือจางสี น้ำยาเคลือบเงา เพื่อลดความหนืด และเจือจางให้สีเหมาะ
และง่ายต่อการใช้งาน
ทินเนอร์ ตามมาตรฐาน มอก.
กำหนดให้มีองค์ประกอบของตัวทำละลาย 4 ชนิด คือ
ได้แก่ คีโตน แอลกอฮอล์ อีเทอร์ และสารไฮโดรคาร์บอน
โดยจะผสมสารเคมีในกลุ่มต่างๆในอัตราส่วนที่แตกต่างกัน เช่น
1. คีโตน (Ketone) 18%
2. แอลกอฮอล์ (Alcohol) 8%
3. อีเทอร์ (Ester) 3%
4. สารไฮโดรคาร์บอน (Hydrocarbon) 71% เช่น ไซลีน โทลูอีน เป็นต้น
ตามมาตรฐาน
มอก. จะกำหนดส่วนผสม ดังนี้
– ไซลีนหรือโทลูอีน ต้องไม่เกินร้อยละ 60
– เอสเทอร์ และคีโตน รวมกันไม่น้อยร้อยละ 30
– แอลกอฮอล์ ไม่เกินร้อยละ 10
ชนิดของสารเคมีที่เป็นส่วนประกอบทั่วไป
– โทลูอีน (Toluene) สูตร
C7H8
– เมทธิลเอทธิลคีโตน (Methyl Ethyl
Ketone) สูตร C4H8O
– อะซิโตน (Acetone) สูตร
C3H6O
– เอทิล อะซิเตต (Ethyl Acetate) สูตร C4H8O2
– ไอโซบิวทิลแอลกอฮอล์ (Isobutyl Alcohol)
สูตร C4H10O
– ไอโซโพรพานอลแอลกอฮอล์ (Isopropanol
Alcohol) สูตร C3H8O
– เมทิลอัลกอฮอล์ (Methanol) สูตร CH4O
– นอร์มอลบิวทิลอะซิเตท (Normal Butyl
Acetate) สูตร C6H12O2
– เอทิลไกลคอลอะซิเคท (Ethylglycol
Acetate) สูตร C6H12O3
– ไอโซโพรพิลอะซิโตน (Isopropyl
Acetone) สูตร C6H12O
– ไซลีน (Xylene) สูตร C8H10
ลักษณะทั่วไป
1. เป็นของเหลวใสไม่มีสี หรือสีเหลืองอ่อน
มีกลิ่นฉุน
2. มีความถ่วงจำเพาะ 0.835 ถึง 0.845
3. จุดวาบไฟ ประมาณ -8.9
องศาเซลเซียส
4. ไม่มีตัวทำละลายที่เป็นพิษ เช่น เบนซีน (benzene)
เมทานอล (methanol) และคลอริเนเตดไฮโดรคาร์บอน
(chlorinated hydrocarbon)
5. เมื่อระเหยหมดจะไม่มีคราบน้ำมัน
6. มีความเป็นกรดไม่เกิน 0.3
ประโยชน์ของสารทินเนอร์
· ใช้เป็นตัวทำละลายผลิตสีทาอาคาร
รถยนต์ เรือ วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องจักร
· ใช้ในกระบวนการผลิตพลาสติก
· ใช้ในห้องทดลองเพื่อเป็นตัวทำละลายของสารเคมี
· ใช้เป็นส่วนประกอบในการผลิตตัวยารักษาโรค
และเครื่องสำอาง
· ใช้ในกระบวนการผลิตกาวติดวัสดุอุปกรณ์
· ใช้เป็นสารทำความสะอาดสิ่งสกปรกจากคราบน้ำมัน-คราบสี
ทินเนอร์เข้าสู่ร่างกายได้อย่างไร
ทินเนอร์เป็นสารเคมีอันตรายที่อาจส่งผลกระทบต่อร่างกายคุณโดยไม่รู้ตัว
ซึ่งสารนี้สามารถเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ได้หลายทาง ดังนี้
· การสัมผัสทางร่างกาย
เมื่อผิวหนังสัมผัสกับทินเนอร์ จะส่งผลให้ผิวหนังบริเวณนั้นมีอาการแห้ง แดง
ระคายเคือง รวมทั้งอาจเกิดอาการผิวหนังอักเสบได้หากผิวสัมผัสกับทินเนอร์บ่อยครั้ง
นอกจากนี้ หากทินเนอร์กระเด็นหรือสัมผัสกับดวงตาจะทำให้เกิดอาการปวด แสบร้อน
และมีน้ำตาไหล
· การสูดดม
จะส่งผลเสียต่อระบบประสาทและร่างกาย โดยทำให้มีอาการต่าง ๆ เกิดขึ้น เช่น เจ็บคอ
แสบจมูก ไอ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ วิงเวียน หมดสติ หรือเกิดภาวะเคลิ้มสุขที่นำไปสู่การเสพติดตามมา
เป็นต้น
· การรับประทาน
ผลกระทบต่อร่างกายจากการรับประทานทินเนอร์นั้นอาจคล้ายกับการสูดดม
แต่ก็อาจมีอาการเฉพาะเกิดขึ้น เช่น ปวดท้อง แสบร้อน คลื่นไส้ และอาเจียน เป็นต้น
ข้อมูลความเป็นอันตราย
1. เป็นวัตถุไวไฟ และเป็นพิษ ห้ามรับประทานหรือสูดดม
ควรใช้ในที่ที่มีอากาศถ่ายเทได้ดี
2. ไอระเหยสามารถกระจายไปได้ในระยะไกล สามารถทำให้ติดไฟและเกิดระเบิดได้
ไม่ควรใช้ในสถานที่อับลมที่มีสวิทซ์ไฟเครื่องทำความร้อน เครื่องไฟฟ้าที่ไม่มีระบบกันการระเบิดหรือมีเปลวไฟและประกายไฟ
สารประกอบพวกไฮโดรคาร์บอน (Hydrocarbon)
ที่ใช้ ได้แก่ โทลูอีน (Toluene), เบนซีน (Benzene)
และไซลีน (Xylene) สารเหล่านี้มีฤทธิ์กดประสาท
และหลอนประสาท โดยเฉพาะโทลูอีน หากนำมาสูดดมจะทำให้รู้สึก เคลือบเคลิ้ม สนุกสนาน
หากสูดดมมากจะทำให้รู้สึกมึนเมา พูดจาไม่ชัดเจน มีอาการประสาทหลอน
ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้
หากมีการสูดดมมาก
และเป็นระยะเวลายาวนาน จะทำให้ระบบทางเดินหายใจระคายเคือง
เยื่อบุในระบบทางเดินหายใจถูกทำลาย หลอดเลือดฝอยแตก
มีการอักเสบของระบบทางเดินหายใจ และทำให้เกิดความล้มเหลวของระบบหายใจตามมา
นอกจากนั้น
สารประกอบไฮโดรคาร์บอนยังมีส่วนในการเกิดมะเร็งได้ด้วย
รวมถึงสารประกอบในกลุ่มอื่นจำพวกคีโตน และอีเทอร์เช่นกัน
ข้อมูลความปลอดภัย
1. เป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ, ทางเดินอาหาร,
ผิวหนัง และทางตา ซึ่งทำให้เกิดการอักเสบ ระคายเคือง
ระหว่างใช้งานควรสวมหน้ากากหรือผ้าปิดจมูก สวมถุงมือ รองเท้า
และสวมเสื้อผ้าให้มิดชิด
2. เมื่อสัมผัสกับตา ผิวหนัง ให้ล้างด้วยน้ำสะอาด
และหากมีอาการหนักให้รีบพบแพทย์
3. กรณีมีการสูดดมหรืออยู่ในสถานที่ที่มีไอระเหยของทินเนอร์สูง
ให้รีบนำผู้ป่วยออกจากพื้นที่ดังกล่าว และทำการปฐมพยาบาล
4. หากมีการกลืนกิน ห้ามทำอาเจียน และรีบนำส่งแพทย์
5. ควรปิดฝาให้แน่น เมื่อเลิกใช้งานแล้ว
6. ไม่ควรถ่ายทินเนอร์ลงในภาชนะที่ไม่มีฉลาก
7. ควรเก็บในที่มิดชิดและห่างจากมือเด็ก
8. สถานที่เก็บควรมีอุณหภูมิระหว่าง 0 ถึง 40 องศาเซลเซียส ไม่เก็บใกล้แหล่งความร้อน แสงแดด ประกายไฟ
ทำอย่างไรเมื่อร่างกายสัมผัสกับทินเนอร์
หากได้รับทินเนอร์เข้าสู่ร่างกายหรือสัมผัสสารอันตรายนี้ โดยไม่ได้ตั้งใจอาจรับมือ ได้ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้
- สัมผัสผิวหนัง ถอดหรือเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ปนเปื้อนทินเนอร์ออก และล้างผิวหนังบริเวณที่สัมผัสกับสารนี้ด้วยน้ำเปล่าปริมาณมากหรืออาบน้ำชำระล้างร่างกาย หากมีอาการที่รุนแรงควรรีบไปพบแพทย์
- เข้าสู่ดวงตา ล้างตาด้วยน้ำสะอาดจนกระทั่งอาการปวดแสบดีขึ้น ในบางกรณีอาจต้องใช้นิ้วเปิดเปลือกตาบนและล่างให้ห่างจากกัน เพื่อชะล้างสารเคมีภายในดวงตาและใต้เปลือกตาออกไปจากนั้นให้รีบไปพบแพทย์โดยด่วน
- สูดดม ออกมาจากบริเวณที่มีทินเนอร์ปนเปื้อนในอากาศ จากนั้นให้หายใจเพื่อนำเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าไปภายในร่างกาย หากพบว่ามีอาการผิดปกติเกิดขึ้นควรไปพบแพทย์ทันที
- รับประทาน ให้โทรเรียกหน่วยพยาบาลหรือไปห้องฉุกเฉินโดยเร็วที่สุด เนื่องจากทินเนอร์เป็นสารที่ร่างกายดูดซึมได้ดี จึงอาจทำให้เกิดอันตรายได้อย่างรวดเร็ว โดยขณะรอรถพยาบาลไม่ควรกระตุ้นให้ผู้ป่วยอาเจียน หากผู้ป่วยมีสติให้บ้วนปากด้วยน้ำสะอาดและดื่มน้ำเปล่าเป็นจำนวนมาก แต่ในกรณีที่ผู้ป่วยหมดสติห้ามให้ผู้ป่วยดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารใด ๆ เด็ดขาด เพราะอาจทำให้ผู้ป่วยสำลักหรืออาเจียนได้
เอกสารอ้างอิง
https://www.pobpad.com/ทินเนอร์-สารเคมีอันตราย
https://www.siamchemi.com/ทินเนอร์
https://www.haamor.com/th/สารทินเนอร์
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น