Acetic acid (กรดน้ำส้ม)
รหัส 1000000016
คุณสมบัติ
|
|
สูตรโมเลกุล
|
C2H4O2
|
มวลโมเลกุล
|
60.05 g mol−1
|
ลักษณะทางกายภาพ
|
ของเหลวไม่มีสี
|
ความหนาแน่น
|
1.049 g/cm3 (l)
1.266 g/cm3 (s) |
จุดหลอมเหลว
|
16.5 °C, 290 K, 62 °F
|
จุดเดือด
|
118.1 °C, 391 K, 245 °F
|
ความสามารถละลายได้ใน น้ำ
|
ผสมเข้ากันได้ดี
|
pKa
|
4.76 at 25 °C
|
ความหนืด
|
1.22 mPa·s ที่ 25 °C
|
กรดน้ำส้ม หรือ กรดแอซีติก (Acetic acid) หรือมีชื่อตามระบบว่า กรดเอทาโนอิก เป็นสารประกอบอินทรีย์ในสถานะของเหลวไร้สี
มีสูตรเคมีว่า CH3COOH (บ้างเขียนเป็น CH3CO2H
หรือ C2H4O2) น้ำส้มสายชูมีกรดแอซีติกตั้งแต่ 4% ต่อปริมาตรขึ้นไป
ทำให้กรดแอซีติกเป็นส่วนประกอบหลักของน้ำส้มสายชูนอกจากน้ำ
กรดแอซีติกยังมีรสเปรี้ยวและกลิ่นฉุนเฉพาะตัว นอกจากน้ำส้มสายชูในครัวเรือนแล้ว
ยังมีการผลิตกรดแอซีติกเป็นสารตั้งต้นของพอลีไวนิลแอซีเตด และเซลลูโลสแอซีเตด
จัดเป็นกรดอ่อนเนื่องจากแตกตัวบางส่วนในสารละลาย แต่กรดแอซีติกเข้มข้นมีฤทธิ์กัดกร่อนและสามารถระคายเคืองผิวหนังได้
ประโยชน์กรดอะซิติก
1.
เป็นวัตถุดิบผลิตน้ำส้มสายชู
น้ำส้มสายชู
เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการนำกรดอะซิติกมาเจือจางให้มีความเข้มข้นประมาณ 4-18%
โดยปริมาตร แบ่งออกเป็น 3 ชนิด ได้แก่
· น้ำส้มสายชูหมัก
· น้ำส้มสายชูกลั่น
· น้ำส้มสายชูเทียม
2.
ใช้เป็นสารเคมีสำคัญในการทำปฏิกิริยาเคมีในกระบวนการผลิตสารอนุพันธ์ของกรดอะซิติก
ได้แก่
– ไวนิลอะซิเตท (Vinyl acetate)
– กรดเทเรฟทาลิค (Terephthalic acid, TPA)
– อะซิเตทเอสเทอร์ (Acetate ester)
– อะซิติกแอนไฮไดร์ (Acetic anhydride)
– เซลลูโลสอะซิเตท (Celluloseacetate)
– ฯลฯ
3.
ด้านอาหาร
กรดอะซิติก
ถูกใช้เป็นส่วนผสมในอาหารเพื่อป้องกันการเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นสาเหตุทำให้อาหารบูดเน่า
ใช้เพื่อปรับความเป็นกรด-ด่างของอาหาร และช่วยยืดอายุการเก็บรักษาอาหาร นอกจากนั้น
ยังใช้เพื่อการเพิ่มรสเปรี้ยวในอาหารเป็นสำคัญ ทั้งนี้
ขึ้นอยู่กับชนิดของอาหารที่ต้องการรสเปรี้ยวมากหรือน้อย
หากใช้ความเข้มข้นมากจะทำให้เกิดรสเปรี้ยวมาก อาหารที่มีการใช้กรดอะซิติก ได้แก่
น้ำสลัด ผักดอง ผลไม้ดอง และซอสชนิดต่างๆ เป็นต้น
การใช้กรดอะซิติกในอาหาร
นิยมใช้ใน 2 รูปแบบ คือ
– ใช้ในรูปของน้ำส้มสายชู ในความเข้มข้นของกรดอะซิติก 5-10%
– ใช้ในรูปสารละลายกรดอะซิติกสังเคราะห์ ความเข้มข้น 25-80%
4.
ด้านการเกษตร
กรดอะซิติก
ถูกใช้เป็นส่วนผสมของน้ำยาควบคุมเชื้อรา น้ำหมักชีวภาพ หรือผสมน้ำฉีดพ่น เพื่อใช้ควบคุมเชื้อราในแปลงผัก
และผลไม้
5.
ด้านการแพทย์
กรดอะซิติกเข้มข้นถูกนำมาใช้ในทางการแพทย์
โดยนำกรดอะซิติกมาเจือจางร่วมกับสารประกอบอื่น ได้แก่
– สารประกอบโพรไพลีน ไกลคอล (Propylene glycol)
– สารละลายอะลูมิเนียม อะซิเตรท (Aluminium acetate)
– สารละลายกรดบอริก (Boric acid)
– สารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ (Sodium hydroxide)
– สารละลายอะลูมิเนียมซัลเฟต (Aluminium sulfate)
– สารละลายแคลเซียมคาร์บอเนต (Calcium carbonate )
– น้ำบริสุทธิ์
สารประกอบหรือสารละลายเหล่านี้
ใช้เป็นส่วนผสมกับกรดอะซิติกเพื่อเป็นตำรับยาหยอดหู
เพื่อยับยั้งการเติบโตของเชื้อราหรือเชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดหูอักเสบ
โดยเฉพาะหูชั้นกลาง
ความปลอดภัย
ความคงตัว
และการเกิดปฏิกิริยาเคมี
1.
ความเสถียร : มีความเสถียร
2.
สารที่เข้ากันไม่ได้ :
- น้ำ
- ความร้อน
- สารออกชิไดซ์รุนแรง
- สารที่ทำปฏิกิริยารุนแรงกับเบส
3.
สภาวะที่ควรหลีกเลี่ยง :
- ความร้อน
- น้ำ และความชื้น
4.
สารเคมีอันตรายที่เกิดจากการสลายตัว :
- คาร์บอนมอนอกไซด์
- คาร์บอนไดออกไซด์
- อัลดีไฮด์
- คีโตน
5.
อันตรายจากปฏิกิริยาพอลิเมอร์ : ไม่เกิดปฏิกิริยา
การเกิดอัคคีภัย
และการระเบิด
–
จัดเป็นของเหลวไวไฟ
สามารถระเบิดได้เมื่อไอกรดสัมผัสกับเปลวไฟ
–
ทำปฏิกิริยารุนแรงกับน้ำ
การจัดเก็บ
–
เก็บไว้ในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท
–
เก็บไว้บริเวณที่อุณหภูมิต่ำ
และแห้ง
–
เก็บให้ห่างจากความร้อน
แหล่งกำเนิดความร้อน บริเวณที่มีอุณหภูมิสูง
–
เก็บไว้ให้ห่างจากน้ำ หรือ
บริเวณที่มีความชื้นสูง
–
เก็บไว้ให้ห่างจากเส้นใยหรือเสื้อผ้าหรือวัสดุไวไฟ
–
แหล่งจัดเก็บเข้าออกได้สะดวก
อันตรายจากกรดน้ำส้ม
สัมผัสทางหายใจ : การหายใจเข้าไปจะก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อทางเดินหายใจ
ก่อให้เกิดอาการไอ และหายใจติดขัด
สัมผัสทางผิวหนัง :
การสัมผัสถูกผิวหนังจะก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนัง ทำให้เกิดผื่นแดง
เกิดการบวมของผิวหนัง และปอด
กินหรือกลืนเข้าไป :
การกลืนหรือกินเข้าไป จะก่อให้เกิดอาการปวดท้อง และอาเจียน
สัมผัสถูกตา :
การสัมผัสถูกตาอาจจะก่อให้เกิดอาการตาแดง และปวดตาได้
การปฐมพยาบาล
หายใจเข้าไป :
ถ้าหายใจเข้าไปให้เคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกสู่บริเวณที่มีอากาศบริสุทธิ์
นำส่งไปพบแพทย์
กินหรือกลืนเข้าไป :
ถ้ากลืนหรือกินเข้าไป ให้ดื่มน้ำ 1-2 แก้ว ในช่วงเวลา 15 นาที
กระตุ้นให้เกิดการอาเจียน นำส่งไปพบแพทย์
สัมผัสถูกผิวหนัง :
ถ้าสัมผัสถูกผิวหนัง ให้ฉีดล้างด้วยน้ำและสบู่ปริมาณมากๆ
พร้อมถอดเสื้อผ้าและรองเท้าที่ปนเปื้อนสารเคมีออก นำส่งไปพบแพทย์
สัมผัสถูกตา : ถ้าสัมผัสถูกตา ให้ล้างด้วยน้ำปริมาณมากๆ
นำส่งไปพบแพทย์
เอกสารอ้างอิง
https://www.th.wikipedia.org/wiki/กรดน้ำส้ม
https://www.siamchemi.com/กรดอะซิติก
http://www.ohs.sci.dusit.ac.th/wp/?p=664
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น