แอมโมเนีย (Ammonia)
รหัส 1000000027
คุณสมบัติ
|
|
สูตรเคมี
|
NH3
|
มวลต่อหนึ่งโมล
|
17.031 g/mol
|
ลักษณะทางกายภาพ
|
เป็นก๊าซไม่มีสี มีกลิ่นฉุนมาก
|
ความหนาแน่น
|
0.86 kg/m3 (1.013 bar at boiling
point)
0.73 kg/m3 (1.013 bar at 15 °C) 681.9 kg/m3 at −33.3 °C (liquid) 817 kg/m3 at −80 °C (transparent solid) |
จุดหลอมเหลว
|
−77.73 °C, 195 K, -108 °F
|
จุดเดือด
|
−33.34 °C, 240 K, -28 °F
|
ความสามารถละลายได้ในน้ำ
|
47% (0 °C)
31% (25 °C) 28% (50 °C) |
pKa
|
32.5 (−33 °C), 10.5
(DMSO)
|
Basicity (pKb)
|
4.75
|
แอมโมเนีย (Ammonia) มีสูตรทางเคมี
คือ NH3 เป็นสารที่ไม่มีสี มีกลิ่นฉุน
ซึ่งคนเราสามารถสัมผัสกลิ่นแอมโมเนียได้หากมีความเข้มข้นมากกว่า 5 ppm ถ้าหายใจเข้าไปเพียงเล็กน้อยจะทำให้น้ำตาไหล
ออกฤทธิ์กระตุ้นหัวใจอย่างแรงทำให้เสียชีวิตจากภาวะหัวใจล้มเหลวได้ง่าย
แอมโมเนีย
เป็นสารเคมีพื้นฐานที่มีประโยชน์อย่างมากทั้งต่อภาคเกษตรกรรมและภาคอุตสาหกรรม
ด้วยเหตุนี้เองจึงมีการใช้แอมโมเนียกันอย่างแพร่หลาย แต่ในขณะเดียวกันแอมโมเนียก็อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิต
ทรัพย์สิน และสิ่งแวดล้อมได้ ถ้าผุ้ใช้ขาด
ความระมัดระวังและอาจเกิดอุบัติเหตุในการจัดเก็บ การใช้งาน และการขนส่ง
จากสถิติการเกิดอุบัติเหตุจากแอมโมเนียซึ่งเกิดขึ้นทั้งในและต่างประเทศ
มักจะเกิดจากโรงงานอุตสาหกรรมห้องเย็น โรงน้ำแข็ง โรงงานทำไอศครีม
โดยสาเหตุหลักเกิดจากความบกพร่องของอุปกรณ์ เช่น วาล์วรั่ว ท่อขนส่งแตก
หรือประเก็นรั่ว เป็นต้น ตัวอย่างอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในประเทศ เช่น
ถังเก็บแอมโมเนียระเบิดที่โรงงานน้ำแข็ง จ.ระนอง
หรือเกิดการรั่วไหลจากท่อส่งก๊าซแอมโมเนียที่ห้องเย็น จ.ตรัง และ จ.ฉะเชิงเทรา
ส่วนในสหรัฐอเมริกาเองก็มีอุบัติเหตุจากแอมโมเนียเกิดขึ้นหลายครั้ง
จนองค์กรปกป้องสิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐอเมริกา (EPA) ต้องจัดทำมาตรฐานข้อมูลอุบัติภัยจากการรั่วไหลของแอมโมเนีย
(Accidental Release Information Program : ARIP)
สำหรับประเทศไทยมีการใช้ประโยชน์จากแอมโมเนียอุตสาหกรรมหลายชนิด
ดังนั้นการให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่ทั้งผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไป
รวมทั้งการเตรียมพร้อมในการจัดการรับมือกับอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้น จึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยลดความรุนแรงและความเสี่ยงของอุบัติเหตุได้
ในบทความนี้จึงกล่าวถึงข้อมูลพื้นฐานในด้านต่างๆ ของแอมโมเนีย เช่น
สมบัติทางกายภาพ กระบวนการผลิต การใช้ประโยชน์ ความเสี่ยงและอันตราย
รวมถึงแนวทางปฏิบัติเมื่อเกิดการรั่วไหล การเก็บรักษาและขนส่งอย่างปลอดภัย
พิษของแอมโมเนียต่อสุขภาพ
- แอมโมเนียมีฤทธิ์กัดกร่อน และทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังที่สัมผัส
- หากสูดดมเพียงเล็กน้อยจะทำให้น้ำตาไหล
- สูดดมมากจะออกฤทธิ์กระตุ้นหัวใจ เสี่ยงต่อหัวใจวายได้ง่าย
- การสูดดมเข้าระบบทางเดินหายใจจะทำให้เกิดการระคายเคืองเนื้อเยื่อ มีอาการแสบร้อน
- การสัมผัสกับแอมโมเนียเข้มข้นทำให้เกิดเวียนศีรษะ ตาลาย และเกิดอาการทางระบบประสาทส่วนกลาง
ผลการสัมผัสแอมโมเนียของมนุษย์
- ความเข้มข้น 5 ppm
: บางคนอาจสัมผัสกลิ่นได้
- ความเข้มข้น 25
ppm : บางคนอาจสัมผัสกลิ่นได้ สามารถทำงานได้ตลอด 8 ชั่วโมง
- ความเข้มข้น 35
ppm : คนส่วนใหญ่อาจสัมผัสกลิ่นได้ สามารถทำงานได้ในระยะสั้น 15 นาที
- ความเข้มข้น 50-100
ppm : คนส่วนใหญ่อาจสัมผัสกลิ่นได้ ทนต่อกลิ่นได้นานสูงสุด 2 ชั่วโมง สำหรับคนที่ไม่เคยรับกลิ่น
- ความเข้มข้น 400
ppm : ระคายเคืองปานกลางต่อตา จมูก และลำคอ หากสัมผัสที่ 0.5-1 ชั่วโมง ยังไม่เป็นสาเหตุที่ทำให้บาดเจ็บรุนแรง
- ความเข้มข้น 1,000-2,000
ppm : ทำให้ระคายเคือง และไออย่างรุนแรง มีอาการแสบที่ตา จมูก
และลำคอ สามารถทำลายเนื้อเยื่อตา จมูก อวัยวะในระบบทางเดินหายใจ หากสัมผัสนาน 30 นาที
- ความเข้มข้น 3,000-4,000
ppm : ทำให้ระคายเคือง และไออย่างรุนแรง มีอาการแสบที่ตา จมูก
และลำคอ สามารถทำให้เสียชีวิตได้ใน 30 นาที
- ความเข้มข้น 5,000-12,000
ppm : เกิดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อหัวใจ
เกิดภาวะขาดออกซิเจนอย่างเฉียบพลัน สามารถทำให้เสียชีวิตได้ในไม่กี่นาที
อันตรายต่อระบบอวัยวะที่สำคัญของร่างกาย
แอมโมเนียเข้าสู่ร่างกายทางการหายใจ
เป็นก๊าซที่ละลายในน้ำได้ให้สารละลายแอมโมเนียม ไฮดรอกไซด์
สารละลายแอมโมเนียระคายเคืองอย่างมากต่อเยื่อบุเมือก ตา และผิวหนัง อาการทางตา
อาการแบบเฉียบพลัน เมื่อสัมผัสสารไอระเหยของแอมโมเนียทำให้เกิดระคายเคืองที่เยื่อบุตา
มีอาการน้ำตาไหล หนังตากระตุก ผิวหนังอาจไหม้ แอมโมเนียจะทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ
น้ำลายออกมาก ปวดแสบปวดร้อนบริเวณทรวงอก ประสาทดมกลิ่นเสียไป (anosmia),
เหงื่อออก (perspiration), คลื่นไส้ (nausea),อาเจียน (vomiting), และเจ็บใต้กระดูกสันอก (substernal pain) การสัมผัสเป็นเวลานาน
อาจทำให้เกิดการระคาย
อาการแบบเรื้อรัง อาจมีตามมาจากอาการพิษแบบเฉียบพลัน
แต่ค่อนข้างน้อย ส่วนใหญ่มักเกิดอาการระคายเคืองที่ทางเดินหายใจส่วนบน
มาตรฐานทางด้านสภาพแวดล้อมการทำงาน
ตามประกาศของกระทรวงมหาดไทย
เรื่องความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับภาวะแวดล้อม (สารเคมี)
ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 ลงวันที่ 16 มีนาคม 2515 กำหนดให้ความเข้มข้นเฉลี่ยตลอดระยะเวลาการทำงานปกติ แอมโมเนียเท่ากับ 50
ส่วนในล้านส่วนโดยปริมาตร หรือ 35 มิลลิกรัม/ต่อ
ลูกบาศก์เมตร
เอกสารอ้างอิง
https://www.th.wikipedia.org/wiki/แอมโมเนีย
http://www.shawpat.or.th/index.php?option=com_content&view=article&id=484:-m---m-s&catid=47:-m---m-s&Itemid=201
https://www.siamchemi.com/แอมโมเนีย
http://www.envocc.ddc.moph.go.th/contents/view/68
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น