วันพุธที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2562

KI


KI (โพแทสเซียมไอโอไดด์)
รหัส 1000000050
คุณสมบัติ
สูตรเคมี
KI
มวลต่อหนึ่งโมล
166.003 g/mol
ลักษณะทางกายภาพ
white crystalline solid
ความหนาแน่น
3.13 g/cm3, solid
จุดหลอมเหลว
681 °C (954 K)
จุดเดือด
1330 °C (1603 K)
ความสามารถละลายได้ในน้ำ
128 g/100 ml (6 °C)

            โพแทสเซียม ไอโอไดด์ (Potassium iodide ย่อว่า KI/เคไอ โดย K มาจากคำว่า Kalium ซึ่งเป็นภาษาละตินที่แปลว่า ธาตุโพแทสเซียม) เป็นเกลือที่มีลักษณะสีขาว ละลายน้ำได้ดี มนุษย์ได้นำไปผสมกับอาหารที่ใช้เลี้ยงสัตว์ในเชิงเสริมสร้างเกลือแร่
            โพแทสเซียมไอโอไดด์ เป็นสารประกอบอนินทรีย์ ใช้ทดแทนโซเดียมไอโอไดด์เพราะดูดความชื้นน้อยกว่า ทำให้สามารถจัดการได้โดยสะดวก มีการผลิตเชิงการค้านับหมื่นตันในแต่ละปี สารนี้หากเก็บไว้นานแล้วจะเป็นสีเหลืองเนื่องจากปฏิกิริยาออกซิเดชันของไอโอไดด์กลายเป็นไอโอดีน

โพแทสเซียม ไอโอไดด์มีสรรพคุณ (คุณสมบัติ) อย่างไร
·       รักษาต่อมไทรอยด์เป็นพิษ
·       ป้องกันและลดความเสี่ยงจากการได้รับรังสีไอโอไดด์ (Radio iodide) โดยเฉพาะกับต่อมไทรอยด์ที่เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อการเกิดมะเร็งต่อมไทรอยด์
·       ช่วยลดและบรรเทาอาการไอ (โพแทสเซียม ไอโอไดด์ ช่วยบรรเทาอาการไอและช่วยละลายเสมหะ)
อันตรายต่อสุขภาพอนามัย
            สัมผัสทางหายใจ : การหายใจเข้าไป จะก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจ มีอาการไอ และหายใจติดขัด น้ำมูลไหล และปวดศีรษะ
             สัมผัสทางผิวหนัง : การสัมผัสถูกผิวหนัง จะก่อให้เกิดการระคายเคือง เป็นผื่นแดง และปวดแสบปวดร้อน ถ้ารุนแรงเป็นลมพิษและตุมพอง
             กินหรือกลืนเข้าไป : การกลืนหรือกินเข้าไป จะก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อทางเดินระบบย่อยอาหาร
             สัมผัสถูกตา : การสัมผัสถูกตา จะก่อให้เกิดการระคายเคือง เป็นผื่นแดง และเจ็บปวด
             การก่อมะเร็ง ความผิดปกติ อื่นๆ : ถ้าได้รับสารเป็นเวลานาน ทำให้ผิวหนังเป็นผื่นแดง มีอาการน้ำมูกไหล ปวดศีรษะ ระคายเคืองเยื่อเมือก อ่อนเพลีย เป็นโรคโลหิตจาง น้ำหนักลด
             สารนี้เป็นอันตรายต่อต่อมไทรอยด์ เลือด เป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์

โพแทสเซียม ไอโอไดด์มีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร
            เกลือโพแทสเซียม ไอโอไดด์สามารถก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง/อาการข้างเคียง) ดังนี้ เช่น ระคายเคืองกระเพาะอาหาร ปวดตามข้อ มีอาการบวมที่แขน - ขา - ใบหน้า - ปาก ต่อมน้ำเหลืองโต ในกรณีที่ใช้เกลือโพแทสเซียม ไอโอไดด์เป็นเวลานานๆ จะพบอาการริมฝีปากไหม้ รู้สึกสับสน ปวดศีรษะ ชีพจรเต้นผิดจังหวะ ปวดที่แขนขาและ/หรือแขนขาอ่อนแรง เป็นแผลตามผิวหนัง เป็นต้น

ข้อแนะนำการเลือกใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล(PPD/PPE)
                สวมหน้ากากป้องกันการหายใจแบบครึ่งหน้า
                สวมหน้ากากกระบังหน้าแบบครึ่งหน้า

การปฐมพยาบาล
            หายใจเข้าไป : ถ้าหายใจเข้าไป ให้เคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์ ถ้าผู้ป่วยหายใจติดขัดให้ช่วยผายปอด และนำส่งไปพบแพทย์
             กินหรือกลืนเข้าไป : ถ้ากลืนหรือกินเข้าไป ห้ามสิ่งใดเข้าปากผู้ป่วยที่หมดสติ ถ้ายังมีสติอยู่กระตุ้นให้เกิดการอาเจียนทันที และนำส่งไปพบแพทย์
             สัมผัสถูกผิวหนัง : ถ้าสัมผัสถูกผิวหนังให้ฉีดล้างผิวหนังทันทีด้วยน้ำปริมาณมากๆ อย่างน้อย 15 นาที พร้อมถอดเสื้อผ้า และรองเท้าที่เปรอะเปื้อนสารเคมีออก ทำความสะอาดเสื้อผ้าและรองเท้าก่อนนำมาใช้อีกครั้ง
             สัมผัสถูกตา : ถ้าสัมผัสถูกตา ให้ฉีดล้างตาด้วยน้ำสะอาดอย่างน้อย 15 นาที กระพริบตาถี่ ๆ นำไปส่งพบแพทย์ถ้ายังมีอาการระคายเคือง

เอกสารอ้างอิง
https://www.th.wikipedia.org/wiki/โพแทสเซียมไอโอไดด์
http://www.haamor.com/th/โพแทสเซียม-ไอโอไดด์/
http://www.ohs.sci.dusit.ac.th/wp/?p=320

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น