KI (โพแทสเซียมไอโอไดด์)
รหัส 1000000050
คุณสมบัติ
|
|
สูตรเคมี
|
KI
|
มวลต่อหนึ่งโมล
|
166.003 g/mol
|
ลักษณะทางกายภาพ
|
white crystalline solid
|
ความหนาแน่น
|
3.13 g/cm3, solid
|
จุดหลอมเหลว
|
681 °C (954 K)
|
จุดเดือด
|
1330 °C (1603 K)
|
ความสามารถละลายได้ในน้ำ
|
128 g/100 ml (6 °C)
|
โพแทสเซียม ไอโอไดด์ (Potassium
iodide ย่อว่า KI/เคไอ โดย K มาจากคำว่า Kalium ซึ่งเป็นภาษาละตินที่แปลว่า ธาตุโพแทสเซียม)
เป็นเกลือที่มีลักษณะสีขาว ละลายน้ำได้ดี
มนุษย์ได้นำไปผสมกับอาหารที่ใช้เลี้ยงสัตว์ในเชิงเสริมสร้างเกลือแร่
โพแทสเซียมไอโอไดด์
เป็นสารประกอบอนินทรีย์ ใช้ทดแทนโซเดียมไอโอไดด์เพราะดูดความชื้นน้อยกว่า ทำให้สามารถจัดการได้โดยสะดวก
มีการผลิตเชิงการค้านับหมื่นตันในแต่ละปี
สารนี้หากเก็บไว้นานแล้วจะเป็นสีเหลืองเนื่องจากปฏิกิริยาออกซิเดชันของไอโอไดด์กลายเป็นไอโอดีน
โพแทสเซียม
ไอโอไดด์มีสรรพคุณ (คุณสมบัติ) อย่างไร
· รักษาต่อมไทรอยด์เป็นพิษ
· ป้องกันและลดความเสี่ยงจากการได้รับรังสีไอโอไดด์
(Radio
iodide) โดยเฉพาะกับต่อมไทรอยด์ที่เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อการเกิดมะเร็งต่อมไทรอยด์
· ช่วยลดและบรรเทาอาการไอ
(โพแทสเซียม ไอโอไดด์ ช่วยบรรเทาอาการไอและช่วยละลายเสมหะ)
อันตรายต่อสุขภาพอนามัย
สัมผัสทางหายใจ : การหายใจเข้าไป
จะก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจ มีอาการไอ และหายใจติดขัด น้ำมูลไหล
และปวดศีรษะ
สัมผัสทางผิวหนัง
: การสัมผัสถูกผิวหนัง จะก่อให้เกิดการระคายเคือง เป็นผื่นแดง และปวดแสบปวดร้อน
ถ้ารุนแรงเป็นลมพิษและตุมพอง
กินหรือกลืนเข้าไป
: การกลืนหรือกินเข้าไป จะก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อทางเดินระบบย่อยอาหาร
สัมผัสถูกตา
: การสัมผัสถูกตา จะก่อให้เกิดการระคายเคือง เป็นผื่นแดง และเจ็บปวด
การก่อมะเร็ง
ความผิดปกติ อื่นๆ : ถ้าได้รับสารเป็นเวลานาน ทำให้ผิวหนังเป็นผื่นแดง
มีอาการน้ำมูกไหล ปวดศีรษะ ระคายเคืองเยื่อเมือก อ่อนเพลีย เป็นโรคโลหิตจาง
น้ำหนักลด
–
สารนี้เป็นอันตรายต่อต่อมไทรอยด์ เลือด เป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์
โพแทสเซียม
ไอโอไดด์มีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร
เกลือโพแทสเซียม ไอโอไดด์สามารถก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์
(ผลข้างเคียง/อาการข้างเคียง) ดังนี้ เช่น ระคายเคืองกระเพาะอาหาร ปวดตามข้อ
มีอาการบวมที่แขน - ขา - ใบหน้า - ปาก ต่อมน้ำเหลืองโต
ในกรณีที่ใช้เกลือโพแทสเซียม ไอโอไดด์เป็นเวลานานๆ จะพบอาการริมฝีปากไหม้
รู้สึกสับสน ปวดศีรษะ ชีพจรเต้นผิดจังหวะ ปวดที่แขนขาและ/หรือแขนขาอ่อนแรง
เป็นแผลตามผิวหนัง เป็นต้น
ข้อแนะนำการเลือกใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล(PPD/PPE)
– สวมหน้ากากป้องกันการหายใจแบบครึ่งหน้า
– สวมหน้ากากกระบังหน้าแบบครึ่งหน้า
การปฐมพยาบาล
หายใจเข้าไป : ถ้าหายใจเข้าไป
ให้เคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์
ถ้าผู้ป่วยหายใจติดขัดให้ช่วยผายปอด และนำส่งไปพบแพทย์
กินหรือกลืนเข้าไป
: ถ้ากลืนหรือกินเข้าไป ห้ามสิ่งใดเข้าปากผู้ป่วยที่หมดสติ
ถ้ายังมีสติอยู่กระตุ้นให้เกิดการอาเจียนทันที และนำส่งไปพบแพทย์
สัมผัสถูกผิวหนัง
: ถ้าสัมผัสถูกผิวหนังให้ฉีดล้างผิวหนังทันทีด้วยน้ำปริมาณมากๆ อย่างน้อย 15 นาที พร้อมถอดเสื้อผ้า และรองเท้าที่เปรอะเปื้อนสารเคมีออก
ทำความสะอาดเสื้อผ้าและรองเท้าก่อนนำมาใช้อีกครั้ง
สัมผัสถูกตา
: ถ้าสัมผัสถูกตา ให้ฉีดล้างตาด้วยน้ำสะอาดอย่างน้อย 15 นาที กระพริบตาถี่ ๆ นำไปส่งพบแพทย์ถ้ายังมีอาการระคายเคือง
เอกสารอ้างอิง
https://www.th.wikipedia.org/wiki/โพแทสเซียมไอโอไดด์
http://www.haamor.com/th/โพแทสเซียม-ไอโอไดด์/
http://www.ohs.sci.dusit.ac.th/wp/?p=320
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น