วันอังคารที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2562

ไนตรัสออกไซด์


ไนตรัสออกไซด์  (Nitrous oxide)
รหัส 1000000002
คุณสมบัติ
สูตรเคมี
N2O
มวลต่อหนึ่งโมล
44.0128 g/mol
ลักษณะทางกายภาพ
แก๊สไม่มีสี
ความหนาแน่น
1222.8 kg m-3 (ของเหลว)
1.8 kg m-3 (แก๊ส, STP)
จุดหลอมเหลว
-90.86 °C (182.29 K)
จุดเดือด
-88.48 °C (184.67 K)

            แก๊สไนตรัสออกไซด์(Nitrous oxide เรียกย่อว่า Nitrous)หรือเรียกกันว่า แก๊สหัวเราะ(Laughing gas) เป็นสารประกอบที่มีสูตรเคมีเป็นโมเลกุลของไนโตรเจนและออกซิเจน ดังนี้คือ “N2O” คุณสมบัติของแก๊สนี้ในสภาพบรรยากาศปกติจะไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่ติดไฟ มีรสหวานเล็กน้อย การสูดดมแก๊สนี้สามารถทำให้หมดสติ/ไร้ความรู้สึก ทางคลินิกจึงนำแก๊สไนตรัสออกไซด์มาใช้เป็นยาสลบช่วยลดความรู้สึกเจ็บปวดโดยใช้ในห้องผ่าตัดและห้องทันตกรรม แก๊สนี้มีการใช้ครั้งแรกในคลินิกทันตกรรมเมื่อ ปี ค.ศ.1863 (พ.ศ.2406) การออกฤทธิ์ของแก๊สนี้กับผู้ป่วยแต่ละคนจะแตกต่างกันออกไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น น้ำหนักตัวของผู้ป่วย หรือมีการใช้ยาสลบตัวอื่นร่วมด้วยหรือไม่ หลังจากได้รับแก๊สนี้ ผู้ป่วยจะมีความรู้สึกเคลิบเคลิ้ม ตัวชา ตาพร่า รู้สึกสับสน วิงเวียน หมดสติ ไม่สามารถควบคุมการทรงตัวรวมถึงการควบคุมกล้ามเนื้อที่ใบหน้าก็ทำไม่ได้อย่างปกติ
            *การได้รับแก๊สไนตรัสออกไซด์ออกไซด์เกินขนาด สามารถทำให้เสียชีวิตได้ ระหว่างที่ให้แก๊สไนตรัสออกไซด์กับผู้ป่วย แพทย์จะคอยควบคุมและตรวจสอบสัญญาณชีพต่างๆร่วมด้วย อาทิเช่น ความดันโลหิต และอัตราการเต้นของหัวใจ
            *นอกจากนั้น การได้รับแก๊สไนตรัสออกไซด์เป็นปริมาณมาก ยังทำให้เม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟไซด์ (Lymphocytes) มีปริมาณต่ำ ส่งผลทำให้ภูมิคุ้มกันต้านทานโรคของร่างกายอ่อนแอลง ทั้งยังรบกวนการเจริญเติบโตของร่างกาย และเกิดภาวะ Hyperhomocysteinemia(ภาวะมีกรดอะมิโนชนิด Cysteine ในเลือดสูง ซึ่งภาวะนี้จะก่อให้เกิดการบาดเจ็บเสียหายกับเซลล์ของหลอดเลือด)ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดตามมา
            *การได้รับแก๊สไนตรัสออกไซด์ออกไซด์เป็นเวลานานๆ ยังส่งผลยับยั้งการสังเคราะห์วิตามินบี 12 ของร่างกาย หากร่างกายขาดวิตามินบี 12 จะทำให้เกิดความเสียหายต่อเส้นประสาทและต่อสมอง สังเกตจากผู้ป่วยจะมีความรู้สึกเหมือนเป็นเหน็บ/ชาตามลำตัวและแขนขา และเกิดความรู้สึกสัมผัสเพี้ยน

ข้อควรระวังและข้อห้ามใช้ของแก๊สไนตรัสออกไซด์ที่ผู้บริโภคควรทราบ
  • หลังได้รับแก๊สไนตรัสออกไซด์ ห้ามดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบ ด้วยจะทำให้รู้สึกคลื่นไส้มากยิ่งขึ้น
  • หลีกเลี่ยงการใช้แก๊สไนตรัสออกไซด์ปริมาณมากกับสตรีมีครรภ์/ตั้งครรภ์ ด้วยมี การศึกษาสนับสนุนว่า สามารถทำให้ตัวอ่อนในครรภ์ของสัตว์ทดลองพิการ ดังนั้นการใช้แก๊สนี้กับสตรีมีครรภ์ จะต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ

            ทั้งนี้ ในทางปฏิบัติ แก๊สไนตรัสออกไซด์ได้ถูกนำไปใช้ร่วมกับยาสลบหลายตัว อาทิเช่น การใช้กับยา Desflurane, Enflurane, Halothane, Isoflurane, Sevoflurane ซึ่งการเลือกใช้แก๊สไนตรัสออกไซด์ร่วมกับยาสลบตัวใดนั้นขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ที่เห็นเหมาะสม
            สิ่งสำคัญอีกประการคือ แก๊สไนตรัสออกไซด์สามารถทำปฏิกิริยากับยาได้หลายรายการ ก่อนเข้ารับการผ่าตัด แพทย์จึงจำเป็นต้องทราบประวัติการใช้ยาที่เป็นปัจจุบันของผู้ป่วย และอาจต้องสั่งหยุดยาเหล่านั้นก่อนที่จะใช้แก๊สไนตรัสออกไซด์ จึงถือเป็นข้อปฏิบัติสำคัญที่ผู้ป่วยต้องแจ้งให้ แพทย์ พยาบาล ทราบทุกครั้งว่า ตนเองมีโรคประจำตัวและมีการใช้ยาประเภทใดอยู่ก่อนบ้าง
            แก๊สไนตรัสออกไซด์จัดเป็นแก๊สที่มีอันตราย ต้องบรรจุอยู่ในภาชนะ/ถังที่ทนแรงดันสูง การขนส่งและการจัดเก็บต้องมีขั้นตอนปฏิบัติตามมาตรฐานสากล และการใช้แก๊สนี้จะต้องอยู่ภายในคำสั่งของแพทย์แต่ผู้เดียว โดยจะพบเห็นการใช้แก๊สไนตรัสออกไซด์แต่ในสถานพยาบาลเท่านั้น

ไนตรัสออกไซด์มีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร
            แก๊สไนตรัสออกไซด์สามารถก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง/อาการข้างเคียง)ต่อระบบอวัยวะต่างๆของร่างกาย ดังนี้ เช่น
  •  ผลต่อระบบประสาท: เช่น มีอาการชาตามร่างกาย วิงเวียน ปวดศีรษะ ความจำด้อยลง ได้ยินเสียงในหู/หูอื้อ
  •  ผลต่อสภาพจิตใจ: เช่น เคลิบเคลิ้ม รู้สึกสับสน ซึม อาการทางจิตประสาท เช่น ประสาทหลอน
  • ผลต่อกล้ามเนื้อ: เช่น ไม่สามารถควบคุมการทรงตัวได้ตามปกติ ไม่สามารถควบคุมกล้ามเนื้อของใบหน้าได้
  • ผลต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด: เช่น ความดันโลหิตต่ำ หัวใจล้มเหลว เกิดโรคหลอดเลือดด้วยร่างกายขาดวิตามินบี 12
  • ผลต่อระบบเผาผลาญพลังงานของร่างกาย: เช่น ชะลอการสังเคราะห์วิตามินบี 12 ในร่างกาย
  • ผลต่อระบบภูมิคุ้มกันต้านทานโรค:เช่นระบบภูมิคุ้มกันฯต่ำลงด้วยมีภาวะเม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟไซด์(Lymphocytes)ต่ำ


การปฐมพยาบาล
  • ถ้าสูดดมเข้าไป, ให้ย้ายผู้ป่วยไปที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์.  ถ้าเริ่มหายใจลำบาก, ให้ตามแพทย์มา.
  • ในกรณีที่ถูกผิวหนัง, ให้ล้างออกด้วยน้ำปริมาณมาก เป็นเวลาอย่างน้อย 15 นาที.  ถอดเสื้อและรองเท้าที่เปื้อนสาร.  ไปพบแพทย์.
  • ในกรณีที่เข้าตา, ให้ล้างด้วยน้ำปริมาณมาก เป็นเวลาอย่างน้อย 15 นาที.  ต้องแน่ใจว่าได้ล้างตาอย่างเพียงพอ โดยใช้นิ้วมือแยกเปลือกตาออกจากกันระหว่างล้าง.  ไปพบแพทย์.
  •  เมื่อกลืนกิน, ให้ใช้น้ำบ้วนปากในกรณีที่ผู้ป่วยที่ยังมีสติอยู่.  ไปพบแพทย์.


มีข้อควรระวังการใช้ไนตรัสออกไซด์อย่างไร
  • ห้ามใช้กับผู้แพ้ยา/แพ้แก๊สนี้
  • หลังจากได้รับแก๊สไนตรัสออกไซด์ห้ามรับประทานหรือดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบ ด้วยจะทำให้มีภาวะคลื่นไส้อาเจียนเพิ่มขึ้น
  • ห้ามใช้กับผู้ที่มีระบบเดินหายใจอุดตัน ผู้พิการที่ไม่สามารถสื่อสารหรือตอบสนองต่อการซักถามของ แพทย์ พยาบาล ได้ ผู้ที่มีภาวะความดันในสมองสูง/ความดันในกะโหลกศีรษะสูง
  • ห้ามใช้แก๊สนี้กับสตรีมีครรภ์ สตรีที่อยู่ในภาวะให้นมบุตร เด็ก และผู้สูงอายุ โดยไม่มีคำสั่งจากแพทย์
  • ระหว่างการใช้แก๊สไนตรัสออกไซด์ ต้องควบคุมสัญญาณชีพของผู้ป่วยให้เป็นปกติเสมอ เช่น ความดันโลหิต อัตราการเต้นของหัวใจ และรวมถึงปริมาณออกซิเจนในเลือด
  • ระวังการใช้แก๊สไนตรัสออกไซด์กับ ผู้ป่วยโรคปอด ผู้ที่มีการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต้านทานโรคต่ำ ผู้ที่มีภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรง ผู้ที่มีภาวะหูหนวกหรือไม่สามารถรับรู้การสื่อสารทางเสียงได้
  • หลังได้รับแก๊สไนตรัสออกไซด์ เมื่อฟื้นคืนสติ แพทย์อาจพิจารณาให้ผู้ป่วยพักฟื้นที่สถานพยาบาลเพื่อรอดูและสังเกตอาการหลังจากทำหัตถการต่างๆจนแน่ใจว่าปลอดภัยจึงจะอนุญาตให้ผู้ป่วยกลับบ้านได้
  • ห้ามใช้แก๊สนี้ที่หมดอายุ
  • ห้ามเก็บแก๊สนี้ที่หมดอายุ


เอกสารอ้างอิง
http://haamor.com/th/ไนตรัสออกไซด์/#article102
https://th.wikipedia.org/wiki/ไนตรัสออกไซด์
http://www.chemtrack.org/MSDSSG/Trf/msdst/msdst10024-97-2.html

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น