ไนตรัสออกไซด์ (Nitrous oxide)
รหัส 1000000002
คุณสมบัติ
|
|
สูตรเคมี
|
N2O
|
มวลต่อหนึ่งโมล
|
44.0128 g/mol
|
ลักษณะทางกายภาพ
|
แก๊สไม่มีสี
|
ความหนาแน่น
|
1222.8 kg m-3 (ของเหลว)
1.8 kg m-3 (แก๊ส, STP) |
จุดหลอมเหลว
|
-90.86 °C
(182.29 K)
|
จุดเดือด
|
-88.48 °C
(184.67 K)
|
แก๊สไนตรัสออกไซด์(Nitrous oxide เรียกย่อว่า Nitrous)หรือเรียกกันว่า แก๊สหัวเราะ(Laughing gas) เป็นสารประกอบที่มีสูตรเคมีเป็นโมเลกุลของไนโตรเจนและออกซิเจน
ดังนี้คือ “N2O” คุณสมบัติของแก๊สนี้ในสภาพบรรยากาศปกติจะไม่มีสี
ไม่มีกลิ่น ไม่ติดไฟ มีรสหวานเล็กน้อย
การสูดดมแก๊สนี้สามารถทำให้หมดสติ/ไร้ความรู้สึก
ทางคลินิกจึงนำแก๊สไนตรัสออกไซด์มาใช้เป็นยาสลบช่วยลดความรู้สึกเจ็บปวดโดยใช้ในห้องผ่าตัดและห้องทันตกรรม
แก๊สนี้มีการใช้ครั้งแรกในคลินิกทันตกรรมเมื่อ ปี ค.ศ.1863 (พ.ศ.2406) การออกฤทธิ์ของแก๊สนี้กับผู้ป่วยแต่ละคนจะแตกต่างกันออกไป
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น น้ำหนักตัวของผู้ป่วย
หรือมีการใช้ยาสลบตัวอื่นร่วมด้วยหรือไม่ หลังจากได้รับแก๊สนี้
ผู้ป่วยจะมีความรู้สึกเคลิบเคลิ้ม ตัวชา ตาพร่า รู้สึกสับสน วิงเวียน หมดสติ
ไม่สามารถควบคุมการทรงตัวรวมถึงการควบคุมกล้ามเนื้อที่ใบหน้าก็ทำไม่ได้อย่างปกติ
*การได้รับแก๊สไนตรัสออกไซด์ออกไซด์เกินขนาด
สามารถทำให้เสียชีวิตได้ ระหว่างที่ให้แก๊สไนตรัสออกไซด์กับผู้ป่วย
แพทย์จะคอยควบคุมและตรวจสอบสัญญาณชีพต่างๆร่วมด้วย อาทิเช่น ความดันโลหิต
และอัตราการเต้นของหัวใจ
*นอกจากนั้น
การได้รับแก๊สไนตรัสออกไซด์เป็นปริมาณมาก ยังทำให้เม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟไซด์ (Lymphocytes) มีปริมาณต่ำ
ส่งผลทำให้ภูมิคุ้มกันต้านทานโรคของร่างกายอ่อนแอลง ทั้งยังรบกวนการเจริญเติบโตของร่างกาย
และเกิดภาวะ Hyperhomocysteinemia(ภาวะมีกรดอะมิโนชนิด
Cysteine ในเลือดสูง
ซึ่งภาวะนี้จะก่อให้เกิดการบาดเจ็บเสียหายกับเซลล์ของหลอดเลือด)ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดตามมา
*การได้รับแก๊สไนตรัสออกไซด์ออกไซด์เป็นเวลานานๆ
ยังส่งผลยับยั้งการสังเคราะห์วิตามินบี 12 ของร่างกาย
หากร่างกายขาดวิตามินบี 12
จะทำให้เกิดความเสียหายต่อเส้นประสาทและต่อสมอง
สังเกตจากผู้ป่วยจะมีความรู้สึกเหมือนเป็นเหน็บ/ชาตามลำตัวและแขนขา
และเกิดความรู้สึกสัมผัสเพี้ยน
ข้อควรระวังและข้อห้ามใช้ของแก๊สไนตรัสออกไซด์ที่ผู้บริโภคควรทราบ
- หลังได้รับแก๊สไนตรัสออกไซด์ ห้ามดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบ ด้วยจะทำให้รู้สึกคลื่นไส้มากยิ่งขึ้น
- หลีกเลี่ยงการใช้แก๊สไนตรัสออกไซด์ปริมาณมากกับสตรีมีครรภ์/ตั้งครรภ์ ด้วยมี การศึกษาสนับสนุนว่า สามารถทำให้ตัวอ่อนในครรภ์ของสัตว์ทดลองพิการ ดังนั้นการใช้แก๊สนี้กับสตรีมีครรภ์ จะต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ
ทั้งนี้ ในทางปฏิบัติ
แก๊สไนตรัสออกไซด์ได้ถูกนำไปใช้ร่วมกับยาสลบหลายตัว อาทิเช่น การใช้กับยา Desflurane, Enflurane, Halothane, Isoflurane, Sevoflurane ซึ่งการเลือกใช้แก๊สไนตรัสออกไซด์ร่วมกับยาสลบตัวใดนั้นขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ที่เห็นเหมาะสม
สิ่งสำคัญอีกประการคือ
แก๊สไนตรัสออกไซด์สามารถทำปฏิกิริยากับยาได้หลายรายการ ก่อนเข้ารับการผ่าตัด
แพทย์จึงจำเป็นต้องทราบประวัติการใช้ยาที่เป็นปัจจุบันของผู้ป่วย
และอาจต้องสั่งหยุดยาเหล่านั้นก่อนที่จะใช้แก๊สไนตรัสออกไซด์
จึงถือเป็นข้อปฏิบัติสำคัญที่ผู้ป่วยต้องแจ้งให้ แพทย์ พยาบาล ทราบทุกครั้งว่า
ตนเองมีโรคประจำตัวและมีการใช้ยาประเภทใดอยู่ก่อนบ้าง
แก๊สไนตรัสออกไซด์จัดเป็นแก๊สที่มีอันตราย
ต้องบรรจุอยู่ในภาชนะ/ถังที่ทนแรงดันสูง
การขนส่งและการจัดเก็บต้องมีขั้นตอนปฏิบัติตามมาตรฐานสากล
และการใช้แก๊สนี้จะต้องอยู่ภายในคำสั่งของแพทย์แต่ผู้เดียว
โดยจะพบเห็นการใช้แก๊สไนตรัสออกไซด์แต่ในสถานพยาบาลเท่านั้น
ไนตรัสออกไซด์มีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร
แก๊สไนตรัสออกไซด์สามารถก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์
(ผลข้างเคียง/อาการข้างเคียง)ต่อระบบอวัยวะต่างๆของร่างกาย ดังนี้ เช่น
- ผลต่อระบบประสาท: เช่น มีอาการชาตามร่างกาย วิงเวียน ปวดศีรษะ ความจำด้อยลง ได้ยินเสียงในหู/หูอื้อ
- ผลต่อสภาพจิตใจ: เช่น เคลิบเคลิ้ม รู้สึกสับสน ซึม อาการทางจิตประสาท เช่น ประสาทหลอน
- ผลต่อกล้ามเนื้อ: เช่น ไม่สามารถควบคุมการทรงตัวได้ตามปกติ ไม่สามารถควบคุมกล้ามเนื้อของใบหน้าได้
- ผลต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด: เช่น ความดันโลหิตต่ำ หัวใจล้มเหลว เกิดโรคหลอดเลือดด้วยร่างกายขาดวิตามินบี 12
- ผลต่อระบบเผาผลาญพลังงานของร่างกาย: เช่น ชะลอการสังเคราะห์วิตามินบี 12 ในร่างกาย
- ผลต่อระบบภูมิคุ้มกันต้านทานโรค:เช่นระบบภูมิคุ้มกันฯต่ำลงด้วยมีภาวะเม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟไซด์(Lymphocytes)ต่ำ
การปฐมพยาบาล
- ถ้าสูดดมเข้าไป, ให้ย้ายผู้ป่วยไปที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์.
ถ้าเริ่มหายใจลำบาก, ให้ตามแพทย์มา.
- ในกรณีที่ถูกผิวหนัง, ให้ล้างออกด้วยน้ำปริมาณมาก เป็นเวลาอย่างน้อย 15
นาที.
ถอดเสื้อและรองเท้าที่เปื้อนสาร.
ไปพบแพทย์.
- ในกรณีที่เข้าตา, ให้ล้างด้วยน้ำปริมาณมาก เป็นเวลาอย่างน้อย 15
นาที. ต้องแน่ใจว่าได้ล้างตาอย่างเพียงพอ
โดยใช้นิ้วมือแยกเปลือกตาออกจากกันระหว่างล้าง.
ไปพบแพทย์.
- เมื่อกลืนกิน, ให้ใช้น้ำบ้วนปากในกรณีที่ผู้ป่วยที่ยังมีสติอยู่. ไปพบแพทย์.
มีข้อควรระวังการใช้ไนตรัสออกไซด์อย่างไร
- ห้ามใช้กับผู้แพ้ยา/แพ้แก๊สนี้
- หลังจากได้รับแก๊สไนตรัสออกไซด์ห้ามรับประทานหรือดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบ ด้วยจะทำให้มีภาวะคลื่นไส้อาเจียนเพิ่มขึ้น
- ห้ามใช้กับผู้ที่มีระบบเดินหายใจอุดตัน ผู้พิการที่ไม่สามารถสื่อสารหรือตอบสนองต่อการซักถามของ แพทย์ พยาบาล ได้ ผู้ที่มีภาวะความดันในสมองสูง/ความดันในกะโหลกศีรษะสูง
- ห้ามใช้แก๊สนี้กับสตรีมีครรภ์ สตรีที่อยู่ในภาวะให้นมบุตร เด็ก และผู้สูงอายุ โดยไม่มีคำสั่งจากแพทย์
- ระหว่างการใช้แก๊สไนตรัสออกไซด์ ต้องควบคุมสัญญาณชีพของผู้ป่วยให้เป็นปกติเสมอ เช่น ความดันโลหิต อัตราการเต้นของหัวใจ และรวมถึงปริมาณออกซิเจนในเลือด
- ระวังการใช้แก๊สไนตรัสออกไซด์กับ ผู้ป่วยโรคปอด ผู้ที่มีการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต้านทานโรคต่ำ ผู้ที่มีภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรง ผู้ที่มีภาวะหูหนวกหรือไม่สามารถรับรู้การสื่อสารทางเสียงได้
- หลังได้รับแก๊สไนตรัสออกไซด์ เมื่อฟื้นคืนสติ แพทย์อาจพิจารณาให้ผู้ป่วยพักฟื้นที่สถานพยาบาลเพื่อรอดูและสังเกตอาการหลังจากทำหัตถการต่างๆจนแน่ใจว่าปลอดภัยจึงจะอนุญาตให้ผู้ป่วยกลับบ้านได้
- ห้ามใช้แก๊สนี้ที่หมดอายุ
- ห้ามเก็บแก๊สนี้ที่หมดอายุ
เอกสารอ้างอิง
http://haamor.com/th/ไนตรัสออกไซด์/#article102
https://th.wikipedia.org/wiki/ไนตรัสออกไซด์
http://www.chemtrack.org/MSDSSG/Trf/msdst/msdst10024-97-2.html
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น