ฟอร์มาลีน (Formalin)
รหัส 1000000001
คุณสมบัติ
|
|
สูตรโมเลกุล
|
CH2O
|
มวลโมเลกุล
|
30.03 g mol−1
|
ลักษณะทางกายภาพ
|
แก๊สไร้สี
|
ความหนาแน่น
|
0.8153 ก./ซม3 (−20 °C)
|
จุดหลอมเหลว
|
-92 °C,
181 K, -134 °F
|
จุดเดือด
|
-19 °C,
254 K, -2 °F
|
ความสามารถละลายได้ในน้ำ
|
400 g L−1
|
log P
|
0.350
|
ความดันไอ
|
< 1 บรรยากาศ
|
pKa
|
13.27
(hydrate)
|
Magnetic
susceptibility (χ)
|
-18.6·10−6 ซม3/โมล
|
Dipole moment
|
2.330 D
|
ชื่อ IUPAC : Methanal
ชื่อสามัญ : Formaldehyde, Methylene Oxide, Oxomethylene, Oxymethylene,
Methylaldehyde
ชื่อสามัญสารละลาย : Formalin,
Formal, Formaldehyde
ฟอร์มาลีนเป็นสารเคมีชนิดหนึ่งซึ่งมีพิษ
ประกอบด้วยก๊าซฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde) ละลายน้าด้วยความเข้มข้นร้อยละ
37 โดยน้าหนัก และมีเมทิลแอลกอฮอล์ (Methyl alcohol)
ประมาณร้อยละ 10-15 เป็นองค์ประกอบมีลักษณะเป็นน้าใส มีกลิ่นฉุน
แสบจมูกและตา
ใช้เป็นน้ายาทาลายเชื้อโรคซึ่งด้านการแพทย์ใช้ฟอร์มาลีนดองศพไม่ให้เน่าเปื่อยใช้เป็นยาดับกลิ่นฆ่าเชื้อโรคเพราะทาให้โปรตีนแข็งตัว
ส่วนด้านอุตสาหกรรมสิ่งทอใช้เป็นน้ายาอาบผ้าไม่ให้ย่นและใช้เป็นน้ายารักษาเนื้อไม้ป้องกันแมลง
เช่น ทาปาติเลสที่ประกอบเป็นตู้ โต๊ะและเฟอร์นิเจอร์สมัยใหม่
โดยเฉพาะตู้เสื้อผ้าจะสังเกตุได้ว่าถ้าเปิดตู้ใหม่ๆจะมีกลิ่นฉุนจมูกมากจากสารฟอร์มาลีน
ใช้ทาสี กาวทากระดาษ เป็นต้น
นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติฆ่าเชื้อโรคและเชื้อราเพื่อเก็บรักษาธัญพืชหลังการเก็บเกี่ยว
และใช้เพื่อป้องกันแมลง แต่ไม่อนุญาตให้ใช้ในอาหาร
ฟอร์มัลดีไฮด์
(Formaldehyde)
ฟอร์มัลดีไฮด์ที่ความดันปกติจะมีสถานะเป็นก๊าซ
ไม่มีสี มีกลิ่นฉุน ติดไฟได้ ให้ความร้อนเมื่อติดไฟ 4.4 kcal/g ก๊าซฟอร์มัลดีไฮด์เมื่อรวมดัวกับอากาศ
และออกซิเจนสามารถเกิดการระเบิดได้ ในทางการค้านิยมใช้อยู่ในรูปของสารละลายในน้ำ
ที่ประกอบด้วยความเข้มข้นของฟอร์มัลดีไฮด์ที่ความเข้มข้นประมาณ 37-50% โดยน้ำหนัก
ฟอร์มัลดีไฮด์
เป็นสารอนุพันธุ์ของสารในกลุ่มอะลิฟาติกแอลดีไฮด์ มีสูตรเคมี คือ HCHO หรือ CH2O สามารถผลิตได้จากปฏิกิริยาออกซิเดชันของเมทิลแอลกอฮอล์กับออกซิเจน
โดยใช้ทองแดงหรือเงินเป็นสารเร่งปฏิกิริยา
ฟอร์มัลดีไฮด์มีคุณสมบัติทางเคมีที่แตกต่างไปจากสารประกอบในกลุ่มแอลดีไฮด์ทั่ว
ไป เนื่องจากฟอร์มัลดีไฮด์มีไฮโดรเจนเพียงอะตอมเดียวที่เกาะกับหมู่แอลดีไฮด์ (-CHO) และไม่มีอนุมูลของหมู่อัลคิลในโมเลกุล
จึงเป็นสารที่มีความไวต่อปฏิกิริยากับสารอื่นได้ง่าย
สารละลายฟอร์มัลดีไฮด์
เป็นสารละลายที่ไม่เสถียร โดยจะเปลี่ยนแปลงเป็นกรดฟอร์มิกเพิ่มขึ้นตลอดเวลา
โดยเฉพาะการเก็บรักษาในอุณหภูมิสูง การเก็บรักษาในอุณหภูมิต่ำจะช่วยลดอัตราการเกิดกรดได้
แต่มีข้อเสีย คือ จะทำให้เกิดพาราฟอร์มัลดีไฮด์ที่ทำให้เกิดการตกตะกอนตามมา
ดังนั้น จึงต้องเติมสารปรับเสถียร เช่น เมทานอล 10-15% โดยน้ำหนัก
ทำให้สามารถเก็บรักษาสารละลายฟอร์มัลดีไฮด์หรือฟอร์มาลีนได้ในอุณหภูมิต่ำได้
พาราฟอร์มัลดีไฮด์เป็นพอลิเมอร์ชนิดหนึ่งของฟอร์มัลดีไฮด์
มีสูตรโครงสร้างเป็น (CH2O)n.H2O มีชื่อเรียกอื่นว่า
paraform หรือ polyxymethylene
มีลักษณะเป็นผงสีขาว
ละลายได้ดีในน้ำ ไม่ละลายในตัวทำละลายอินทรีย์ สามารถเกิดปฏิกิริยา
และแตกตัวเป็นฟอร์มัลดีไฮด์ได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อถูกความร้อน
และอยู่ในสภาพความเป็นกรด-ด่าง
โดยพาราฟอร์มัลดีไฮด์เมื่อรวมกับพาราฟินร้อนจะปล่อยก๊าซฟอร์มัลดีไฮด์ออกมา
และเกิดปฏิกิริยาได้ตามสมการด้านล่าง
ก๊าซนี้เป็นก๊าซที่สามารถนำมาใช้ฆ่าเชื้อโรคได้
ฟอร์มัลดีไฮด์
(nHCHO) → พาราฟอร์มัลดีไฮด์
(HCHO)n
พาราฟอร์มัลดีไฮด์
(CH2OCH2OCH2OCH2O-) → ความร้อน → ฟอร์มัลดีไฮด์ (CH2O)
ฟอร์มาลีน (HCHO + H2O-) → ความร้อน → ฟอร์มัลดีไฮด์ (CH2O)
การเข้าสู่ร่างกายและพิษต่อระบบต่างๆ
ของร่างกาย
ในกรณีที่ได้รับปริมาณต่ำร่างกายกาจัดได้แต่หากได้รับปริมาณสูงหรือมีความเข้มข้นมาก
ฟอร์มาลีนจะเปลี่ยนรูปเป็นกรดฟอร์มิค (Formic acid) ซึ่งมีฤทธิ์ทาลายการทางานของเซลล์ในร่างกาย
ทาให้เซลล์ตายได้ ฟอร์มาลีนมีพิษต่อระบบต่างๆ ดังนี้
1. ระบบทางเดินหายใจ
- ถ้าสูดดมเข้าไปจะทาให้หลอดลมบวม แสบจมูกเจ็บคอไอ
หายใจไม่ออกปอดอักเสบน้าท่วมปอด ถ้าสูดดมมาก ๆ จะทาให้น้าท่วมปอดจนหายใจไม่ออก
แน่นหน้าอก และตายในที่สุด
อาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นหลายชั่วโมงหลังจากได้รับสารโดยไม่มีอาการเจ็บปวด
หากได้รับปริมาณน้อยเป็นเวลานาน จะมีอาการไอและหายใจติดขัดเพราะหลอดลมอักเสบ
เป็นต้น
- ตัวอย่างความเข้มข้นกรณีสูดดม เช่น
· กรณีสูดดมหรือสัมผัสก๊าซฟอร์มาลดีไฮด์ที่ระดับประมาณ
2-3 มิลลิกรัม/ลูกบาศก์เมตรจะระคายเคืองตา จมูก และคอ
· กรณีสูดดมหรือสัมผัสก๊าซฟอร์มาลดีไฮด์ที่ระดับประมาณ
10-20มิลลิกรัม/ลูกบาศก์เมตรจะเกิดอาการปวดแสบปวดร้อนอย่างรุนแรงที่ปากและคอพร้อมกับมีอาการไอ
· กรณีสูดดมหรือสัมผัสก๊าซฟอร์มาลดีไฮด์ที่ระดับมากกว่า
120 มิลลิกรัม/ลูกบาศก์เมตรจะเกิดอาการหายใจไม่ออกอาเจียน น้าลายฟูมปาก
ชักกระตุกและตายได้ (IPCS INCHEM. “FORMALDEHYDE”)
2. ระบบทางเดินอาหาร
- หากรับประทานเข้าไปในปริมาณ 30-60
มิลลิลิตรจะทาให้อาเจียนท้องเดินอย่างรุนแรง หมดสติ หรืออาจเกิดโรคมะเร็งได้
นอกจากนี้สารประกอบตัวหนึ่งในฟอร์มาลินอาจส่งผลให้ตาบอดได้
- หากรับประทานเข้าไปในปริมาณ 60-90
ลูกบาศก์เซนติเมตรจะมีผลให้การทางานของตับไตหัวใจ
และสมองเสื่อมรวมทั้งก่อให้เกิดอาการปวดแสบปวดร้อนอย่างรุนแรงที่ปากและคอ
- การบริโภคสารฟอร์มาลีนนี้โดยตรง
จะเกิดอาการเป็นพิษเฉียบพลันตั้งแต่ปวดท้องอย่างรุนแรงอาเจียน อุจจาระร่วง หมดสติ
และตายในที่สุดเพราะระบบหมุนเวียนเลือดล้มเหลว
3. ผิวหนังและตา
- การสัมผัสกับสารละลายฟอร์มาลีนที่มีความเข้มข้นร้อยละ 2-10 เป็นเวลานานจะทาให้ผิวหนังอักเสบ พอง และเป็นตุ่มคัน
- สารละลายของฟอร์มาลีนที่มีความเข้มข้นของฟอร์มาลดีไฮด์ระหว่าง 150-5,000
มิลลิกรัม/กิโลกรัมเมื่อสัมผัสจะทาให้เกิดอาการระคายเคืองต่อผิวหนังทาให้เกิดผื่นคัน
เป็นผื่นแดงเหมือนลมพิษจนถึงผิวหนังไหม้เปลี่ยนเป็นสีขาวได้
- แม้จะสัมผัสฟอร์มาลีนในปริมาณต่ำถ้าได้รับสัมผัสทางตาอาจระคายเคือง
อาจทาให้เป็นแผลหรือถึงขั้นตาบอด
การปฐมพยาบาล
1. หากถูกผิวหนัง
ให้ล้างออกทันทีด้วยการรินน้าผ่านเป็นปริมาณมากเป็นเวลาอย่างน้อย 15 นาที และจะได้ผลดียิ่งขึ้นเมื่อใช้น้ายาแอมโมเนีย 5% ถ้าเปื้อนเสื้อผ้าให้รีบถอดออกแล้วชาระร่างกายด้วยน้าและสบู่อ่อน
ส่วนเสื้อผ้าให้นาไปซักก่อนนามากลับมาใช้ใหม่ ในกรณีที่อาการไม่ดีขึ้นให้รีบนาผู้ป่วยส่งแพทย์
2. หากผู้ป่วยเกิดระคายเคืองตา ให้รีบล้างออกจากตาโดยเร็ว
ให้ล้างด้วยน้าเกลือ น้าเย็นให้ไหลผ่านตาเป็นเวลาอย่างน้อย 15 นาที พร้อมเปิดเปลือกตาบนและล่างเป็นครั้งคราว
หากยังมีอาการระคายเคืองอยู่ให้นาผู้ป่วยไปพบแพทย์
3. หากหายใจเข้าไป
ให้รีบนาผู้ป่วยออกจากบริเวณที่สัมผัสมายังที่ซึ่งมีอากาศบริสุทธิ์
และให้ผู้ป่วยสูดไอน้าจากน้าที่เติมแอมโมเนียสาหรับสูดดมลงไป 2-3 หยด ถ้ามีอาการรุนแรงให้ช่วยผายปอดและปั๊มหัวใจแล้วรีบนาผู้ป่วยส่งแพทย์
4.4 หากกลืนหรือกินฟอร์มาลีนเข้าไป
ถ้าผู้ป่วยยังมีสติอยู่ให้ดื่มน้าตามเข้าไปเป็นปริมาณมากๆ
หรือให้ดื่มน้านมตามเข้าไปหลังจากดื่มน้าเข้าไปแล้ว หรือให้ Activated Charcoal เข้าไป ล้างบริเวณปากผู้ป่วย และให้บ้วนปากด้วยน้า
แล้วรีบนาผู้ป่วยส่งแพทย์โดยเร็วที่สุด
ค่าสูงสุดที่ยอมให้มีได้ของฟอร์มาลีน
Pathway
|
ค่าแนะนำ/มาตรฐาน
|
อ้างอิง
|
Odor and sensory
irritation for
- the general
population
- Special sensitive
group
|
ไม่เกิน 0.1
มก./ลบ.ม.
ไม่เกิน 0.01
มก./ลบ.ม.
|
IPCS,1989
|
Workplace
environment
- Peak concentration
- Mean concentration
|
ไม่เกิน 1.0
มก./ลบ.ม.
ไม่เกิน 0.3
มก./ลบ.ม.
|
IPCS,1989
|
เอกสารอ้างอิง
http://www.hia.anamai.moph.go.th/download/entity/F/formaldehyde.pdf
https://www.siamchemi.com/ฟอร์มาลีน
https://www.th.wikipedia.org/wiki/ฟอร์มาลดีไฮด์
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น