วันอังคารที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2562

ฟอร์มาลีน


ฟอร์มาลีน (Formalin)
รหัส 1000000001
คุณสมบัติ
สูตรโมเลกุล
CH2O
มวลโมเลกุล
30.03 g mol1
ลักษณะทางกายภาพ
แก๊สไร้สี
ความหนาแน่น
0.8153 ก./ซม3 (20 °C)
จุดหลอมเหลว
-92 °C, 181 K, -134 °F
จุดเดือด
-19 °C, 254 K, -2 °F
ความสามารถละลายได้ในน้ำ
400 g L1
log P
0.350
ความดันไอ
< 1 บรรยากาศ
pKa
13.27 (hydrate)
Magnetic susceptibility (χ)
-18.6·106 ซม3/โมล
Dipole moment
2.330 D

ชื่อ IUPAC : Methanal
ชื่อสามัญ : Formaldehyde, Methylene Oxide, Oxomethylene, Oxymethylene, Methylaldehyde
ชื่อสามัญสารละลาย : Formalin, Formal, Formaldehyde
            ฟอร์มาลีนเป็นสารเคมีชนิดหนึ่งซึ่งมีพิษ ประกอบด้วยก๊าซฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde) ละลายน้าด้วยความเข้มข้นร้อยละ 37 โดยน้าหนัก และมีเมทิลแอลกอฮอล์ (Methyl alcohol) ประมาณร้อยละ 10-15 เป็นองค์ประกอบมีลักษณะเป็นน้าใส มีกลิ่นฉุน แสบจมูกและตา ใช้เป็นน้ายาทาลายเชื้อโรคซึ่งด้านการแพทย์ใช้ฟอร์มาลีนดองศพไม่ให้เน่าเปื่อยใช้เป็นยาดับกลิ่นฆ่าเชื้อโรคเพราะทาให้โปรตีนแข็งตัว ส่วนด้านอุตสาหกรรมสิ่งทอใช้เป็นน้ายาอาบผ้าไม่ให้ย่นและใช้เป็นน้ายารักษาเนื้อไม้ป้องกันแมลง เช่น ทาปาติเลสที่ประกอบเป็นตู้ โต๊ะและเฟอร์นิเจอร์สมัยใหม่ โดยเฉพาะตู้เสื้อผ้าจะสังเกตุได้ว่าถ้าเปิดตู้ใหม่ๆจะมีกลิ่นฉุนจมูกมากจากสารฟอร์มาลีน ใช้ทาสี กาวทากระดาษ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติฆ่าเชื้อโรคและเชื้อราเพื่อเก็บรักษาธัญพืชหลังการเก็บเกี่ยว และใช้เพื่อป้องกันแมลง แต่ไม่อนุญาตให้ใช้ในอาหาร

ฟอร์มัลดีไฮด์ (Formaldehyde)
            ฟอร์มัลดีไฮด์ที่ความดันปกติจะมีสถานะเป็นก๊าซ ไม่มีสี มีกลิ่นฉุน ติดไฟได้ ให้ความร้อนเมื่อติดไฟ 4.4 kcal/g ก๊าซฟอร์มัลดีไฮด์เมื่อรวมดัวกับอากาศ และออกซิเจนสามารถเกิดการระเบิดได้ ในทางการค้านิยมใช้อยู่ในรูปของสารละลายในน้ำ ที่ประกอบด้วยความเข้มข้นของฟอร์มัลดีไฮด์ที่ความเข้มข้นประมาณ 37-50% โดยน้ำหนัก
            ฟอร์มัลดีไฮด์ เป็นสารอนุพันธุ์ของสารในกลุ่มอะลิฟาติกแอลดีไฮด์ มีสูตรเคมี คือ HCHO หรือ CH2O สามารถผลิตได้จากปฏิกิริยาออกซิเดชันของเมทิลแอลกอฮอล์กับออกซิเจน โดยใช้ทองแดงหรือเงินเป็นสารเร่งปฏิกิริยา
            ฟอร์มัลดีไฮด์มีคุณสมบัติทางเคมีที่แตกต่างไปจากสารประกอบในกลุ่มแอลดีไฮด์ทั่ว ไป เนื่องจากฟอร์มัลดีไฮด์มีไฮโดรเจนเพียงอะตอมเดียวที่เกาะกับหมู่แอลดีไฮด์ (-CHO) และไม่มีอนุมูลของหมู่อัลคิลในโมเลกุล จึงเป็นสารที่มีความไวต่อปฏิกิริยากับสารอื่นได้ง่าย
            สารละลายฟอร์มัลดีไฮด์ เป็นสารละลายที่ไม่เสถียร โดยจะเปลี่ยนแปลงเป็นกรดฟอร์มิกเพิ่มขึ้นตลอดเวลา โดยเฉพาะการเก็บรักษาในอุณหภูมิสูง การเก็บรักษาในอุณหภูมิต่ำจะช่วยลดอัตราการเกิดกรดได้ แต่มีข้อเสีย คือ จะทำให้เกิดพาราฟอร์มัลดีไฮด์ที่ทำให้เกิดการตกตะกอนตามมา ดังนั้น จึงต้องเติมสารปรับเสถียร เช่น เมทานอล 10-15% โดยน้ำหนัก ทำให้สามารถเก็บรักษาสารละลายฟอร์มัลดีไฮด์หรือฟอร์มาลีนได้ในอุณหภูมิต่ำได้
            พาราฟอร์มัลดีไฮด์เป็นพอลิเมอร์ชนิดหนึ่งของฟอร์มัลดีไฮด์ มีสูตรโครงสร้างเป็น (CH2O)n.H2O มีชื่อเรียกอื่นว่า paraform หรือ polyxymethylene มีลักษณะเป็นผงสีขาว ละลายได้ดีในน้ำ ไม่ละลายในตัวทำละลายอินทรีย์ สามารถเกิดปฏิกิริยา และแตกตัวเป็นฟอร์มัลดีไฮด์ได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อถูกความร้อน และอยู่ในสภาพความเป็นกรด-ด่าง โดยพาราฟอร์มัลดีไฮด์เมื่อรวมกับพาราฟินร้อนจะปล่อยก๊าซฟอร์มัลดีไฮด์ออกมา และเกิดปฏิกิริยาได้ตามสมการด้านล่าง ก๊าซนี้เป็นก๊าซที่สามารถนำมาใช้ฆ่าเชื้อโรคได้
ฟอร์มัลดีไฮด์ (nHCHO)              พาราฟอร์มัลดีไฮด์ (HCHO)n
พาราฟอร์มัลดีไฮด์ (CH2OCH2OCH2OCH2O-)        ความร้อน       ฟอร์มัลดีไฮด์ (CH2O)
ฟอร์มาลีน (HCHO + H2O-)        ความร้อน       ฟอร์มัลดีไฮด์ (CH2O)

การเข้าสู่ร่างกายและพิษต่อระบบต่างๆ ของร่างกาย
            ในกรณีที่ได้รับปริมาณต่ำร่างกายกาจัดได้แต่หากได้รับปริมาณสูงหรือมีความเข้มข้นมาก ฟอร์มาลีนจะเปลี่ยนรูปเป็นกรดฟอร์มิค (Formic acid) ซึ่งมีฤทธิ์ทาลายการทางานของเซลล์ในร่างกาย ทาให้เซลล์ตายได้ ฟอร์มาลีนมีพิษต่อระบบต่างๆ ดังนี้
1. ระบบทางเดินหายใจ
- ถ้าสูดดมเข้าไปจะทาให้หลอดลมบวม แสบจมูกเจ็บคอไอ หายใจไม่ออกปอดอักเสบน้าท่วมปอด ถ้าสูดดมมาก ๆ จะทาให้น้าท่วมปอดจนหายใจไม่ออก แน่นหน้าอก และตายในที่สุด อาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นหลายชั่วโมงหลังจากได้รับสารโดยไม่มีอาการเจ็บปวด หากได้รับปริมาณน้อยเป็นเวลานาน จะมีอาการไอและหายใจติดขัดเพราะหลอดลมอักเสบ เป็นต้น
- ตัวอย่างความเข้มข้นกรณีสูดดม เช่น
·       กรณีสูดดมหรือสัมผัสก๊าซฟอร์มาลดีไฮด์ที่ระดับประมาณ 2-3 มิลลิกรัม/ลูกบาศก์เมตรจะระคายเคืองตา จมูก และคอ
·       กรณีสูดดมหรือสัมผัสก๊าซฟอร์มาลดีไฮด์ที่ระดับประมาณ 10-20มิลลิกรัม/ลูกบาศก์เมตรจะเกิดอาการปวดแสบปวดร้อนอย่างรุนแรงที่ปากและคอพร้อมกับมีอาการไอ
·       กรณีสูดดมหรือสัมผัสก๊าซฟอร์มาลดีไฮด์ที่ระดับมากกว่า 120 มิลลิกรัม/ลูกบาศก์เมตรจะเกิดอาการหายใจไม่ออกอาเจียน น้าลายฟูมปาก ชักกระตุกและตายได้ (IPCS INCHEM. “FORMALDEHYDE”)
2. ระบบทางเดินอาหาร
- หากรับประทานเข้าไปในปริมาณ 30-60 มิลลิลิตรจะทาให้อาเจียนท้องเดินอย่างรุนแรง หมดสติ หรืออาจเกิดโรคมะเร็งได้ นอกจากนี้สารประกอบตัวหนึ่งในฟอร์มาลินอาจส่งผลให้ตาบอดได้
- หากรับประทานเข้าไปในปริมาณ 60-90 ลูกบาศก์เซนติเมตรจะมีผลให้การทางานของตับไตหัวใจ และสมองเสื่อมรวมทั้งก่อให้เกิดอาการปวดแสบปวดร้อนอย่างรุนแรงที่ปากและคอ
- การบริโภคสารฟอร์มาลีนนี้โดยตรง จะเกิดอาการเป็นพิษเฉียบพลันตั้งแต่ปวดท้องอย่างรุนแรงอาเจียน อุจจาระร่วง หมดสติ และตายในที่สุดเพราะระบบหมุนเวียนเลือดล้มเหลว
3. ผิวหนังและตา
- การสัมผัสกับสารละลายฟอร์มาลีนที่มีความเข้มข้นร้อยละ 2-10 เป็นเวลานานจะทาให้ผิวหนังอักเสบ พอง และเป็นตุ่มคัน
- สารละลายของฟอร์มาลีนที่มีความเข้มข้นของฟอร์มาลดีไฮด์ระหว่าง 150-5,000 มิลลิกรัม/กิโลกรัมเมื่อสัมผัสจะทาให้เกิดอาการระคายเคืองต่อผิวหนังทาให้เกิดผื่นคัน เป็นผื่นแดงเหมือนลมพิษจนถึงผิวหนังไหม้เปลี่ยนเป็นสีขาวได้
- แม้จะสัมผัสฟอร์มาลีนในปริมาณต่ำถ้าได้รับสัมผัสทางตาอาจระคายเคือง อาจทาให้เป็นแผลหรือถึงขั้นตาบอด

การปฐมพยาบาล
1. หากถูกผิวหนัง ให้ล้างออกทันทีด้วยการรินน้าผ่านเป็นปริมาณมากเป็นเวลาอย่างน้อย 15 นาที และจะได้ผลดียิ่งขึ้นเมื่อใช้น้ายาแอมโมเนีย 5% ถ้าเปื้อนเสื้อผ้าให้รีบถอดออกแล้วชาระร่างกายด้วยน้าและสบู่อ่อน ส่วนเสื้อผ้าให้นาไปซักก่อนนามากลับมาใช้ใหม่ ในกรณีที่อาการไม่ดีขึ้นให้รีบนาผู้ป่วยส่งแพทย์
2. หากผู้ป่วยเกิดระคายเคืองตา ให้รีบล้างออกจากตาโดยเร็ว ให้ล้างด้วยน้าเกลือ น้าเย็นให้ไหลผ่านตาเป็นเวลาอย่างน้อย 15 นาที พร้อมเปิดเปลือกตาบนและล่างเป็นครั้งคราว หากยังมีอาการระคายเคืองอยู่ให้นาผู้ป่วยไปพบแพทย์
3. หากหายใจเข้าไป ให้รีบนาผู้ป่วยออกจากบริเวณที่สัมผัสมายังที่ซึ่งมีอากาศบริสุทธิ์ และให้ผู้ป่วยสูดไอน้าจากน้าที่เติมแอมโมเนียสาหรับสูดดมลงไป 2-3 หยด ถ้ามีอาการรุนแรงให้ช่วยผายปอดและปั๊มหัวใจแล้วรีบนาผู้ป่วยส่งแพทย์ 4.4 หากกลืนหรือกินฟอร์มาลีนเข้าไป ถ้าผู้ป่วยยังมีสติอยู่ให้ดื่มน้าตามเข้าไปเป็นปริมาณมากๆ หรือให้ดื่มน้านมตามเข้าไปหลังจากดื่มน้าเข้าไปแล้ว หรือให้ Activated Charcoal เข้าไป ล้างบริเวณปากผู้ป่วย และให้บ้วนปากด้วยน้า แล้วรีบนาผู้ป่วยส่งแพทย์โดยเร็วที่สุด

ค่าสูงสุดที่ยอมให้มีได้ของฟอร์มาลีน
Pathway
ค่าแนะนำ/มาตรฐาน

อ้างอิง

Odor and sensory irritation for
- the general population
- Special sensitive group

ไม่เกิน 0.1 มก./ลบ.ม.
ไม่เกิน 0.01 มก./ลบ.ม.

IPCS,1989

Workplace environment
- Peak concentration
- Mean concentration

ไม่เกิน 1.0 มก./ลบ.ม.
ไม่เกิน 0.3 มก./ลบ.ม.

IPCS,1989


เอกสารอ้างอิง
http://www.hia.anamai.moph.go.th/download/entity/F/formaldehyde.pdf
https://www.siamchemi.com/ฟอร์มาลีน
https://www.th.wikipedia.org/wiki/ฟอร์มาลดีไฮด์

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น