น้ำยาฟอกขาว
รหัส 1000000014
ข้อมูลทั่วไป
ชื่อ IUPAC : Sodium hypochlorite
สูตรเคมี : NaOCl
มวลโมเลกุล : 74.44 AMU
ลักษณะทางกายภาพ
สถานะ : ของเหลว
จุดเดือด/ข่วงการเดือด : 111 oC ที่ความดัน 760 mmHg
จุดหลอมเหลว/ช่วงการหลอมเหลว : -30 ถึง -20 oC
ความดันไอ : 17.5 mmHg ที่ 20 oC
ความถ่วงจะเพาะ/ความหนาแน่น : 1.25 g/cm3
การละลายน้ำ:
เมื่อละลายน้ำสารชนิดนี้สามารถผสมเป็นเนื้อเดียวกับน้ำ
สารเคมีชนิดหนึ่งที่เป็นองค์ประกอบสำคัญในน้ำยาซักผ้าขาวที่ผู้ผลิตนิยมใช้คือ
“โซเดียมไฮโปคลอไรท์” ซึ่งนอกจะมีคุณสมบัติในการขจัดคราบเปื้อนและฟอกผ้าขาว
ยังมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อได้ด้วย
ในบางกรณีจึงมีการนำน้ำยาซักผ้าขาวมาใช้ประโยชน์เป็นน้ำยาฆ่าเชื้อสำหรับราดพื้น
เช่น ในช่วงเหตุการณ์สึนามิ
ข้อมูลจากกรมควบคุมโรคได้แนะนำให้ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อที่มีส่วนผสมของโซเดียมไฮโปคลอไรท์
ความเข้มข้น 0.5 – 1%
ราดบริเวณพื้นที่ต้องการฆ่าเชื้อ
รวมไปถึงทั้งการใช้ล้างพาหนะที่ขนย้ายผู้เสียชีวิต
อย่างไรก็ตามต้องระวังการใช้กับวัตถุที่เป็นโลหะหนัก เช่น เหล็ก ทองแดง และ
นิคเกิล เป็นต้น
อาการพิษ
สารละลายโซเดียมไฮโปคลอไรท์ที่อยู่ในน้ำยาซักผ้าขาว
มีฤทธิ์กัดกร่อนที่รุนแรง ต้องระวังเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะควรเก็บให้พ้นมือเด็ก
เพราะหากเผลอรับประทานเข้าไปแล้ว จะเกิดการระคายเคืองต่อเยื่อบุที่ปากและลำคอ
ปวดท้องและแผลเปื่อยตามบริเวณทางเดินอาหาร
ในกรณีที่หากเผลอเทหกจากขวดรดมือโดยตรง
อาจเกิดการระคายเคืองได้ปานกลางและมีผื่นแดงได้บ้าง
แต่หากกระเด็นเข้าตาแล้วจะเกิดการระคายเคืองอย่างรุนแรง
หากสูดดมโดยตรงจะทำให้เกิดการระคายเคืองต่อเยื่อเมือกของทางเดินหายใจได้
ข้อควรระวัง
นอกเหนือไปจากการที่ต้องระวังการสัมผัสผลิตภัณฑ์โดยตรงแล้ว
หากในบ้านมีผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอื่น ๆ อยู่
ต้องระวังเป็นอย่างยิ่งที่จะไม่เทสารเหล่านี้ปนกัน
โดยเฉพาะกับผลิตภัณฑ์ที่มีกรดเป็นองค์ประกอบ เช่น น้ำยาล้างห้องน้ำบางชนิด
เพราะกรดจะทำปฏิกิริยากับโซเดียมไฮโปคลอไรท์ เกิดก๊าซคลอรีนในระหว่างการผสมและหากเกิดการสูดดมเข้าไปจะทำให้เกิดพิษ
ระคายเคืองต่อทางเดินหายใจ
และยังทำให้ประสิทธิภาพในการขจัดคราบของน้ำยาซักผ้าขาวที่มีการปนเปื้อนของกรดนั้นลดลง
นอกจากนี้ยังต้องระวังการผสมกับผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีแอมโมเนียเป็นองค์ประกอบ
เช่น ในน้ำยาเช็ดกระจก เพราะจะทำให้เกิดก๊าซคลอรามีน (chloramine)
ซึ่งมีความเป็นพิษเช่นกัน
และไม่ควรนำมาทำความสะอาดเสื้อผ้าที่เปื้อนปัสสาวะ เพราะในปัสสาวะมีแอมโมเนียอยู่
อย่างไรก็ตามก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ทุกครั้งควรอ่านฉลากการใช้ให้เข้าใจ
และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่จำเป็น
มาตรการปฐมพยาบาล
กรณีสูดดมสารเข้าไป
ในกรณีที่ผู้ป่วยสูดดมสารเข้าไป
ให้ย้ายผู้ป่วยไปที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์
ถ้าผู้ป่วยไม่หายใจ ให้การช่วยหายใจ
ถ้าผู้ป่วยหายใจลำบากทำหารให้ออกซิเจน หลังจากนั้นไปพบแพทย์
กรณีเมื่อสัมผัสสาร
ในกรณีที่สารถูกบริเวณผิวหนัง
ให้ล้างบริเวณที่โดนสารด้วยน้ำปริมาณมากเป็นเวลาอย่างน้อย 15 นาที
ถอดเสื้อและรองเท้าที่เปื้อนสารออก
หลังจากนั้นไปพบแพทย์
กรณีเมื่อสารเข้าตา
ในกรณีที่สารเข้าตา
ให้ล้างตาด้วยน้ำปริมาณมากเป็นเวลาอย่างน้อย 15 นาที
และต้องแน่ใจว่าได้ล้างตาอย่างเพียงพอโดยใช้นิ้วมือแยกเปลือกตาออกจากกันระหว่างล้าง หลังจากนั้นไปพบแพทย์
กรณีเมื่อกลืนกินสาร
เมื่อกลืนกินสารเข้าไป
ในกรณีที่ผู้ป่วยที่ยังมีสติอยู่ให้ใช้น้ำบ้วนปาก หลังจากนั้นไปพบแพทย์
ห้ามทำให้อาเจียน
ข้อปฏิบัติการใช้สารและการเก็บรักษา
อย่าหายใจเอาไอระเหยสารเข้าไป ระวังอย่าให้สารเข้าตา, โดนผิวหนัง, หรือเสื้อผ้า
หลีกเลี่ยงการได้รับสารเป็นเวลานานหรือซ้ำหลายๆครั้ง
เอกสารอ้างอิง
https://www.touchzy-sci.blogspot.com/2017/01/blog-post.html
https://www.oldweb.pharm.su.ac.th/chemistry-in-life/d014.html
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น