วันพุธที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2562

น้ำยาฟอกขาว


น้ำยาฟอกขาว
รหัส 1000000014
ข้อมูลทั่วไป
ชื่อ IUPAC : Sodium hypochlorite
สูตรเคมี : NaOCl
มวลโมเลกุล : 74.44 AMU
ลักษณะทางกายภาพ
สถานะ : ของเหลว
จุดเดือด/ข่วงการเดือด : 111 oC  ที่ความดัน 760 mmHg
จุดหลอมเหลว/ช่วงการหลอมเหลว : -30 ถึง -20 oC
ความดันไอ : 17.5 mmHg  ที่ 20 oC 
ความถ่วงจะเพาะ/ความหนาแน่น : 1.25 g/cm3
การละลายน้ำ:  เมื่อละลายน้ำสารชนิดนี้สามารถผสมเป็นเนื้อเดียวกับน้ำ

            สารเคมีชนิดหนึ่งที่เป็นองค์ประกอบสำคัญในน้ำยาซักผ้าขาวที่ผู้ผลิตนิยมใช้คือ โซเดียมไฮโปคลอไรท์ ซึ่งนอกจะมีคุณสมบัติในการขจัดคราบเปื้อนและฟอกผ้าขาว ยังมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อได้ด้วย ในบางกรณีจึงมีการนำน้ำยาซักผ้าขาวมาใช้ประโยชน์เป็นน้ำยาฆ่าเชื้อสำหรับราดพื้น เช่น ในช่วงเหตุการณ์สึนามิ ข้อมูลจากกรมควบคุมโรคได้แนะนำให้ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อที่มีส่วนผสมของโซเดียมไฮโปคลอไรท์ ความเข้มข้น 0.5 1% ราดบริเวณพื้นที่ต้องการฆ่าเชื้อ รวมไปถึงทั้งการใช้ล้างพาหนะที่ขนย้ายผู้เสียชีวิต อย่างไรก็ตามต้องระวังการใช้กับวัตถุที่เป็นโลหะหนัก เช่น เหล็ก ทองแดง และ นิคเกิล เป็นต้น



อาการพิษ
            สารละลายโซเดียมไฮโปคลอไรท์ที่อยู่ในน้ำยาซักผ้าขาว มีฤทธิ์กัดกร่อนที่รุนแรง ต้องระวังเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะควรเก็บให้พ้นมือเด็ก เพราะหากเผลอรับประทานเข้าไปแล้ว จะเกิดการระคายเคืองต่อเยื่อบุที่ปากและลำคอ ปวดท้องและแผลเปื่อยตามบริเวณทางเดินอาหาร
              ในกรณีที่หากเผลอเทหกจากขวดรดมือโดยตรง อาจเกิดการระคายเคืองได้ปานกลางและมีผื่นแดงได้บ้าง แต่หากกระเด็นเข้าตาแล้วจะเกิดการระคายเคืองอย่างรุนแรง หากสูดดมโดยตรงจะทำให้เกิดการระคายเคืองต่อเยื่อเมือกของทางเดินหายใจได้

ข้อควรระวัง
            นอกเหนือไปจากการที่ต้องระวังการสัมผัสผลิตภัณฑ์โดยตรงแล้ว หากในบ้านมีผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอื่น ๆ อยู่ ต้องระวังเป็นอย่างยิ่งที่จะไม่เทสารเหล่านี้ปนกัน โดยเฉพาะกับผลิตภัณฑ์ที่มีกรดเป็นองค์ประกอบ เช่น น้ำยาล้างห้องน้ำบางชนิด เพราะกรดจะทำปฏิกิริยากับโซเดียมไฮโปคลอไรท์ เกิดก๊าซคลอรีนในระหว่างการผสมและหากเกิดการสูดดมเข้าไปจะทำให้เกิดพิษ ระคายเคืองต่อทางเดินหายใจ และยังทำให้ประสิทธิภาพในการขจัดคราบของน้ำยาซักผ้าขาวที่มีการปนเปื้อนของกรดนั้นลดลง
             นอกจากนี้ยังต้องระวังการผสมกับผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีแอมโมเนียเป็นองค์ประกอบ เช่น ในน้ำยาเช็ดกระจก เพราะจะทำให้เกิดก๊าซคลอรามีน (chloramine) ซึ่งมีความเป็นพิษเช่นกัน และไม่ควรนำมาทำความสะอาดเสื้อผ้าที่เปื้อนปัสสาวะ เพราะในปัสสาวะมีแอมโมเนียอยู่
              อย่างไรก็ตามก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ทุกครั้งควรอ่านฉลากการใช้ให้เข้าใจ และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่จำเป็น

มาตรการปฐมพยาบาล
            กรณีสูดดมสารเข้าไป
            ในกรณีที่ผู้ป่วยสูดดมสารเข้าไป ให้ย้ายผู้ป่วยไปที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์  ถ้าผู้ป่วยไม่หายใจ ให้การช่วยหายใจ  ถ้าผู้ป่วยหายใจลำบากทำหารให้ออกซิเจน หลังจากนั้นไปพบแพทย์

            กรณีเมื่อสัมผัสสาร
            ในกรณีที่สารถูกบริเวณผิวหนัง ให้ล้างบริเวณที่โดนสารด้วยน้ำปริมาณมากเป็นเวลาอย่างน้อย 15 นาที  ถอดเสื้อและรองเท้าที่เปื้อนสารออก  หลังจากนั้นไปพบแพทย์
            กรณีเมื่อสารเข้าตา
            ในกรณีที่สารเข้าตา ให้ล้างตาด้วยน้ำปริมาณมากเป็นเวลาอย่างน้อย 15 นาที  และต้องแน่ใจว่าได้ล้างตาอย่างเพียงพอโดยใช้นิ้วมือแยกเปลือกตาออกจากกันระหว่างล้าง  หลังจากนั้นไปพบแพทย์
            กรณีเมื่อกลืนกินสาร
            เมื่อกลืนกินสารเข้าไป ในกรณีที่ผู้ป่วยที่ยังมีสติอยู่ให้ใช้น้ำบ้วนปาก หลังจากนั้นไปพบแพทย์ ห้ามทำให้อาเจียน

ข้อปฏิบัติการใช้สารและการเก็บรักษา
            อย่าหายใจเอาไอระเหยสารเข้าไป  ระวังอย่าให้สารเข้าตา, โดนผิวหนัง, หรือเสื้อผ้า  หลีกเลี่ยงการได้รับสารเป็นเวลานานหรือซ้ำหลายๆครั้ง

เอกสารอ้างอิง
https://www.touchzy-sci.blogspot.com/2017/01/blog-post.html
https://www.oldweb.pharm.su.ac.th/chemistry-in-life/d014.html

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น