Sodium hydroxide (โซดาไฟ)
รหัส 1000000021
คุณสมบัติ
|
|
สูตรเคมี
|
NaOH
|
มวลต่อหนึ่งโมล
|
39.997 g/mol
|
ลักษณะทางกายภาพ
|
White solid
|
ความหนาแน่น
|
2.1 g/cm3
|
จุดหลอมเหลว
|
318 °C (591 K)
|
จุดเดือด
|
1390 °C (1663 K)
|
ความสามารถละลายได้ ใน น้ำ
|
111 g/100 ml (20 °C)
|
โซดาไฟ หรือ โซดาแผดเผา หรือ
คอสติกโซดา(Caustic soda) เป็นสารประกอบ
อนินทรีย์ที่มีสูตรเคมี NaOH(Sodium hydroxide) มีลักษณะเป็นของแข็งไม่มีสี
มีฤทธิ์เป็นด่างสูงมาก สามารถทำลายเนื้อเยื่อของสิ่งมีชีวิต
และเกิดปฏิกิริยาคายความร้อนเมื่อนำมาละลายน้ำการเก็บรักษาจึงต้องอยู่ในที่แห้งหรือมีความชื้นต่ำและอยู่ในภาชนะที่มิดชิดโซดาไฟถูกนำมาในกระบวนการอุตสาหกรรมหลายประเภท เช่น การผลิตกระดาษ
อุตสาหกรรมสิ่งทอ การผลิตน้ำดื่ม การทำสบู่ ผงซักฟอก
และเคมีภัณฑ์ที่ใช้กำจัดสิ่งปฏิกูลในห้องน้ำ-ท่อระบายน้ำ
ทั่วไปกล่าวได้ว่า โซดาไฟ
เป็นสารเคมีที่รู้จักกันดีในหมู่คนทั่วโลก
อย่างไรก็ตามการใช้งานโซดาไฟในชีวิตประจำวัน ต้องมีขั้นตอนการปฏิบัติอย่างถูกต้อง
ร่วมกับใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลชนิดต่างๆมาประกอบกัน
คุณสมบัติทางกายภาพของโซดาไฟ
· เป็นของแข็งคล้ายผลึกขุ่น
ทึบแสง ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น
· จะหลอมละลายที่อุณหภูมิ
318 องศาเซลเซียส(Celsius)โดยไม่เสื่อมสลายและมีจุดเดือดที่อุณหภูมิ
1,388 องศาเซลเซียส
· เมื่อละลายน้ำจะปลดปล่อยความร้อนสูงมาก
เราจึงเรียกว่า “โซดาไฟ”
·
มีความหนาแน่นเฉลี่ย 2.13
กรัม/ลูกบาศก์เซนติเมตร
โซดาไฟ สามารถต่อต้านฤทธิ์ของสารประกอบที่มีความเป็นกรดสูง
หรืออาจจะใช้คำว่าโซดาไฟมีฤทธิ์สะเทิน (ทำให้เป็นกลาง) กับกรดก็ได้
ประโยชน์ของโซดาไฟ
โดยทั่วไป
สรุปประโยชน์ของโซดาไฟทั้งในแวดวงอุตสาหกรรม และประโยชน์ใกล้ตัว ดังนี้
1.
ใช้ในการผลิตกระดาษ โดยใช้โซดาไฟที่ละลายน้ำแปลงสภาพเนื้อไม้ให้เป็นเยื่อกระดาษ
เราเรียกกระบวนการดังกล่าวว่า Kraft process หรือ Kraft
pulps
2.
ใช้กับกระบวนการกำจัดน้ำเสีย
โดยใช้โซดาไฟเพิ่มค่าความเป็นด่างให้กับน้ำเสียที่มีความเป็นกรดสูงๆ
ก่อนที่จะปล่อยน้ำนั้นลงสู่แม่น้ำในธรรมชาติ
3.
เมื่อนำโซดาไฟมาละลายน้ำจนเป็นสารละลายและนำไปผสมแร่บอกไซต์ (Bauxite,
แร่ที่นำมาผลิต อะลูมิเนียม)
ในถังที่มีแรงดันสูงภายใต้อุณหภูมิสูงราวๆ 150–200
องศาเซลเซียสจะทำให้ได้อะลูมิเนียมออกไซด์(Aluminium oxide)ออกมาเราเรียกกระบวนการนี้ว่า
Bayer process
4.
สารละลายโซดาไฟที่เตรียมเป็นความเข้มข้นอย่างเหมาะสม สามารถใช้ล้างทำความสะอาดเครื่องบรรจุและภาชนะบรรจุเครื่องดื่มบางประเภท
5.
โซดาไฟ ถูกใช้กำจัดกำมะถันที่ปนมากับน้ำมันปิโตเลียมที่ขุดเจาะขึ้นมาจากใต้ดิน
6.
ในอุตสาหกรรมยา
ใช้โซดาไฟที่เตรียมเป็นสารละลายเพื่อควบคุมค่าความเป็นกรด-ด่างในกระบวนการผลิต
หรือเพื่อทำความสะอาดและกำจัดคราบสกปรกของพื้นผนังในสถานที่ผลิต
หรือใช้ในห้องทดลองเพื่อตรวจวัดคุณภาพของผลิตภัณฑ์ยาบางประเภท
7.
ใช้ปรับค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) ในกระบวนการผลิตเครื่องดื่มบางประเภท
8.
โซดาไฟ ถูกใช้เป็นส่วนประกอบในสูตรตำรับของเครื่องสำอาง เช่น สบู่ น้ำหอม สีย้อมผม
ยาทาเล็บ แชมพู น้ำยาโกนหนวด ครีมกันแดด และอื่นๆอีกมาก
9.
ตามบ้านเรือนมักใช้โซดาไฟเพียงเล็กน้อยกรอกใส่ท่อน้ำที่อุดตัน แล้วเติมน้ำ
ตามอย่างเหมาะสม ทิ้งเวลาพอประมาณจะทำให้กำจัดสิ่งอุดตันในท่อได้ดีในระดับหนึ่ง
โซดาไฟที่นำมาใช้โดยมีวัตถุประสงค์แตกต่างกันข้างต้น
จะมีความบริสุทธิ์หรือสิ่งเจือปนและราคาที่แตกต่างกันออกไป
การเลือกใช้โซดาไฟที่มีความบริสุทธิต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของผู้นำโซดาไฟมาใช้งาน
คู่มือความปลอดภัย (MSDS)
ของโซดาไฟ
ในคู่มือความปลอดภัยของโซดาไฟ
จะมีหัวข้อต่างๆดังต่อไปนี้
1.
ชื่อผลิตภัณฑ์ ชื่อทางเคมี ประโยชน์ที่ใช้งาน และผู้จัดจำหน่าย
2.
ส่วนประกอบสำคัญ เช่น Sodium hydroxide ที่มีความบริสุทธิ์มากกว่า
97% หากมีส่วนประกอบอื่นก็ต้องถูกระบุมาด้วยกัน
3.
ความเป็นพิษ เช่น ระคายเคืองอย่างรุนแรงต่อ ตา ผิวหนัง ระบบทางเดินอาหาร
ระบบทางเดินหายใจ และมักจะแจกแจงรายละเอียดของอาการพิษที่เกิดขึ้น
4.
วิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น เพื่อลดความรุนแรงหรืออาการบาดเจ็บจากโซดาไฟ
5.
เป็นสารไวไฟหรือไม่ ผู้ผลิตจะระบุความไวไฟของโซดาไฟมาในคู่มือความปอดภัย
และกรณีเกิดเพลิงไหม้
การจะใช้น้ำในการดับไฟที่มีโซดาไฟอยู่ด้วยต้องพิจารณาถึงความเป็นไปได้ ความปลอดภัย
เมื่อโซดาไฟผสมกับน้ำจะเกิดสารละลายที่มี ฤทธิ์กัดกร่อนอย่างรุนแรง
6.
การประเมินสถานการณ์เมื่อเกิดการรั่วไหลของตัวผลิตภัณฑ์โซดาไฟ
โดยกล่าวถึงวิธีการป้องกันมิให้โซดาไฟที่หกรั่วไหลลงสู่แม่น้ำลำคลอง
ตลอดจนวิธีการเก็บโซดาไฟได้อย่างปลอดภัยและไม่หลงเหลือจนก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
7.
วิธีการจัดเก็บ สถานที่จัดเก็บ รวมถึง การเปิดภาชนะบรรจุโซดาไฟเพื่อใช้งาน
8.
การป้องกันส่วนบุคคลซึ่งจะกล่าวถึงการใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลเมื่อต้องการปฏิบัติงานกับโซดาไฟ
เช่น สวมแว่นนิรภัย ใส่ถุงมือยางนิรภัย
ตลอดจนหน้ากากป้องกันสารเคมีมิให้กระเด็นใส่ใบหน้าและตา
รวมถึงชุดเครื่องแบบที่ใช้ขณะปฏิบัติงานกับโซดาไฟ
9.
คุณสมบัติทางเคมีและกายภาพของผลิตภัณฑ์โซดาไฟ
10.
ข้อมูลด้านความคงตัวของผลิตภัณฑ์ฯ เช่น
หลีกเลี่ยงการนำโซดาไฟไปจัดเก็บในที่เปียกและ/หรือมีความชื้นสูง
ด้วยจะก่อให้เกิดปฏิกิริยาได้อย่างรุนแรง
11.
ความเป็นพิษ เช่น โซดาไฟมีฤทธิ์กัดกร่อน
และก่อให้เกิดอาการระคายเคืองอย่างรุนแรงต่อส่วนต่างๆของร่างกายที่สัมผัสสารนี้
12.
ข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม อาทิ หากเกิดการปนเปื้อนของโซดาไฟในแม่น้ำลำคลอง
จะก่อให้เกิดอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต เช่น สัตว์น้ำ
13.
การทำลายผลิตภัณฑ์ฯ
มักกล่าวถึงขั้นตอนการนำส่งผลิตภัณฑ์ฯไปยังหน่วยงานที่รับทำลายขยะมีพิษ
อาจเป็นบริษัทของเอกชนที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากหน่วยงานรัฐบาลอีกทีหนึ่ง
14.
ขั้นตอนการขนส่งผลิตภัณฑ์ฯ พาหนะอย่างรถขนส่งจะต้องได้รับการอนุมัติ จากทางราชการ
เช่น ระบุว่ารถคันนี้ใช้ขนส่งวัตถุอันตรายอย่างโซดาไฟ
มีหมายเลขหรือรหัสที่ระบุถึงผลิตภัณฑ์ฯที่เป็นสากล เช่น UN1823 เป็นต้น
15.
ข้อมูลควบคุมวัตถุอันตราย เช่น
โซดาไฟของบริษัทนี้ได้รับการอนุมัติอย่างถูกต้องจากหน่วยงานกลางเช่น Occupational
Safety and Health Administration (OSHA)
16.
ข้อมูลอื่นที่ผู้บริโภค/ผู้ใช้งานควรทราบ
อันตรายต่อสุขภาพอนามัย
สัมผัสทางหายใจ : การหายใจเข้าไปจะก่อให้เกิดการระคายเคือง
และทำให้เกิดการทำลายต่อทางเดินหายใจส่วนบน ทำให้เกิดอาการจาม ปวดคอ หรือน้ำมูกไหล
ปอดอักเสบอย่างรุนแรง หายใจติดขัด หายใจถี่รั่ว
สัมผัสทางผิวหนัง
: การสัมผัสถูกผิวหนัง จะก่อให้เกิดการระคายเคืองรุนแรง เป็นแผลไหม้
และเกิดเป็นแผลพุพองได้
กินหรือกลืนเข้าไป
: การกลืนหรือกินเข้าไป ทำให้แสบไหม้บริเวณปาก คอ กระเพาะอาหาร ทำให้เป็นแผลเป็น
เลือดออกในกระเพาะอาหาร อาเจียน ท้องร่วง ความดันเลือดลดต่ำลง อาจทำให้เสียชีวิต
สัมผัสถูกตา
: การสัมผัสถูกตา จะมีฤทธิ์กัดกร่อน ทำให้เกิดการระคายเคืองรุนแรง เป็นแผลแสบไหม้
อาจทำให้มองไม่เห็นถึงขั้นตาบอดได้
การก่อมะเร็ง
ความผิดปกติ อื่นๆ : การสัมผัสสารติดต่อกันเป็นเวลานาน
จะทำให้เกิดการทำลายเนื้อเยื่อ และสารนี้มีฤทธิ์กัดกร่อนเนื้อเยื่อ
การปฐมพยาบาล
หายใจเข้าไป : ถ้าหายใจเข้าไป ให้เคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกสู่บริเวณที่มีอากาศบริสุทธิ์
ถ้าผู้ป่วยหยุดหายใจให้ช่วยผายปอด ถ้าหายใจลำบากให้ออกซิเจนช่วย นำส่งไปพบแพทย์
กินหรือกลืนเข้าไป
: ถ้ากลืนหรือกินเข้าไป อย่ากระตุ้นให้เกิดการอาเจียน ให้ดื่มน้ำหรือนมปริมาณมากๆ
ห้ามไม่ให้สิ่งใดเข้าปากผู้ป่วยที่หมดสติ นำส่งไปพบแพทย์
สัมผัสถูกผิวหนัง
: ถ้าสัมผัสถูกผิวหนัง ให้ฉีดล้างผิวหนังทันทีด้วยน้ำปริมาณมากอย่างน้อย 15 นาที พร้อมถอดเสื้อผ้าและรองเท้าที่ปนเปื้อนสารเคมีออก
นำส่งไปพบแพทย์ทันที ซักทำความสะอาดเสื้อผ้าและรองเท้าก่อนนำกลับมาใช้ใหม่
สัมผัสถูกตา
: ถ้าสัมผัสถูกตา ให้ฉีดล้างตาโดยทันทีด้วยน้ำปริมาณมากๆอย่างน้อย 15 นาที พร้อมกระพริบตาถี่ๆ นำส่งไปพบแพทย์ทันที
เอกสารอ้างอิง
https://www.th.wikipedia.org/wiki/โซดาไฟ
http://www.ohs.sci.dusit.ac.th/wp/?p=336
http://www.haamor.com/th/โซดาไฟ/
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น